BOX OFFICE

10 - 13 เม.ย. 2557 (ล้านบาท)
เรื่อง
ล่าสุด
รวม
11 - 13 เม.ย. 2557 (ล้านดอลล่าร์)
เรื่อง
ล่าสุด
รวม
2.
39.0
39.0
3.
12.0
12.0
4.
9.8
9.8
5.
7.5
124.9

Popular Click

Untitled Document
 
 
มิ้นต์ - ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

เรื่องราวความรัก และประสบการณ์ใหม่ ของสาวสดใส 'มิ้นต์ ชาลิดา'


มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง กลับมาเติมความสดใสให้จอแก้วอีกครั้งกับละครรักโรแมนติก 'คิวบิก' ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากแฟนละครและแฟนคลับ แถมยังกลายเป็นนางเอกที่นักข่าวต้องการสัมภาษณ์มากที่สุดในนาทีนี้

ที่มา : IN Magazine



'คิวบิก' ฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง
"ทุกคนจะชมว่านาค นางเอกในเรื่องดูไม่ใช่ตัวเรา พลิกคาแร็กเตอร์ไปเลย คือคนจะติดภาพเราที่ดูเรียบร้อยแบบเพียงขวัญ (นางเอกในซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ) หรือทุกบทบาทที่เคยได้รับมา คือมิ้นต์ไม่เคยรับบทแก่นเซี้ยวอย่างนี้ นี่ถือเป็นเรื่องแรก บางคนที่รู้จักตัวตนมิ้นต์จะบอกว่ามีความคล้ายกับเรา แต่บางคนที่ไม่เคยสัมผัสมิ้นต์จะบอกว่าทำไมมิ้นต์เล่นจนดูไม่เหมือนตัวเอง จริงๆมันมีความคล้ายกับเรามาก บทนี้เด็กสุดตั้งแต่เคยรับมา คืออายุ 17 เป็นเด็กที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด ฟีดแบ็กที่ได้รับกลับมาก็ค่อนข้างดี ออนแอร์ไปปุ๊บ วันต่อมาไปงานอีเวนต์คนก็เรียกเฟอร์บี้ ตอนนี้ใครๆ เรียกมิ้นต์ว่าเฟอร์บี้ เพราะพระเอกว่าเราหน้าเหมือนเฟอร์บี้ ก็ดีค่ะ มันมีเอกลักษณ์ คนจำเราได้ ตอนนี้เวลามิ้นต์ถ่ายรูปทุกคนจะขอให้ทำตาเหล่ เพราะในบทเราต้องเล่นออกการ์ตูนนิดๆ ก็ดีที่คนจำเราจากละครได้ พอใจแล้วค่ะ"


นอกเหนือจากงานละคร เห็นว่าจะได้ไปเดินแบบต่างประเทศด้วย
"ใช่ค่ะ พี่เมย์ (มาริษา ฮอร์น) ติดต่อให้ไปเดินแบบแฟชั่นโชว์โตเกียวรันเวย์ ดีใจค่ะ เพราะเราเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้ไปเดินในโชว์นี้ ก็ใส่เสื้อผ้าแบรนด์ไทย และต้องนำเสนอความเป็นนักแสดง เป็นนางแบบไทย ดีใจที่เสื้อผ้าแบรนด์ไทยจะดังไปต่างชาติ และก็จะได้ไปถ่ายแฟชั่นนิตยสารด้วย เท่ากับเราได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ มิ้นค์เคยร่วมงานกับพี่ๆที่ชวนไปเดินโชว์แล้ว คือมิ้นต์เป็นคนทำงานกับคนง่าย ยิ่งเวลาไปต่างประเทศ เราไม่ใช่แค่ไปทำงานของเรา แต่ต้องช่วยทุกคน ดูแลซึ่งกันและกัน เพราะรู้ว่าคงมีหลายอย่างที่ลำบาก จากเด็กกะโปโลอายุ 12 ใส่ชุดเนตรนารี เลิกเรียนไปแคสต์ที่ช่อง 3 แล้วก็ได้เซ็นสัญญา และได้ไปเดินแบบไกลถึงญี่ปุ่นด้วย มิ้นต์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้เลยค่ะ"


ไปทำงานที่ต่างประเทศได้ประสบการณ์อะไรบ้าง
"เยอะค่ะ มิ้นต์มองว่าทุกวันนี้การเป็นดารามันเป็นโอกาสและจังหวะของแต่ละคน และมองว่าการไปทำงานต่างประเทศมากเท่าไรก็เป็นกำไรชีวิตมากเท่านั้น เราได้เห็นอะไรมากขึ้น ได้เพื่อน ถ้าให้มิ้นต์เลือก มิ้นต์ไม่อยากทำงานทุกวัน แต่อยากใช้ชีวิตแบบมีความสุข ได้ทำอะไรหลายๆอย่าง เวลาเราไปต่างประเทศ มิ้นต์ได้เห็นร้านนั้นร้านนี้แล้วอยากกลับมาทำเป็นธุรกิจ อาจจะทำควบคู่ไปกับงานแสดง แต่เราก็ยังเด็กอยู่ อยากเรียนให้จบก่อนแล้วค่อยทำธุรกิจ ตอนนี้เริ่มคิดไว้บ้าง ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำ เพราะอาชีพนักแสดงไม่รู้จะเป็นได้อีกถึงเมื่อไหร่ กำไรชีวิตของการเป็นนักแสดงคือเรามีคอนเน็กชัน มีเพื่อนๆ มีทุกคนที่พร้อมจะเปิดเข้าหาเรา"



อัพเดทเรื่องความรักบ้าง
"ก็เรื่อยๆค่ะ ไม่ได้มีอะไร อย่างพี่ภูผา (ภูผา เตชะณรงค์) ทุกคนจับตามอง ช่วงนี้ก็ค่อนข้างห่างกันค่ะ เพราะด้วยความที่เราทำงานทุกวัน แล้วพี่เขาก็ใช้ชีวิตอยู่ที่เขาใหญ่ มีช่วงหนึ่งที่มิ้นต์ไปเขาใหญ่บ่อย นั่นเพราะไปทำงานทั้งหมดเลยไม่ได้ไปเที่ยว คือถ้าไปก็ไปทำงาน เพราะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสวนสัตว์ที่โบนันซ่า น้องๆของมิ้นต์ก็ร่วมทำแคมเปญนี้ด้วย เป็นอะไรน่ารักๆ แต่ถ้าไม่ได้ไปทำงานก็ไม่ได้ไปเลย มิ้นต์เซ็นสัญญาเป็นแอมบาสเดอร์ 1 ปีค่ะ หน้าที่หลักๆคือการช่วยโปรโมต และเวลามีสื่อมวลชนมาก็ต้องคอยต้อนรับ คุณพ่อของพี่ภูผาเป็นคนจ้างค่ะ แต่พี่ภูผาเป็นคนมาคุยเพราะเขาเป็นเจ้าของสวนสัตว์ เราก็โอเค ยินดี เลยได้ทำงานร่วมกัน แต่บางทีไปก็ไม่ได้เจอกัน มิ้นต์ไปเพราะไปทำงานจริงๆ"


เล่าเรื่องสัตว์ให้ฟังหน่อย
"มีเสือชื่อณเดชน์กับญาญ่า เป็นเหมือนพระเอกกับนางเอกของที่นั่น มีสิงโตขาวชื่อเจมส์จิกับมาร์กี้ เพราะคุณพี่ภูผาชอบดูละครณเดชน์กับญาญ่า-อุรัสยา เลยเอามาตั้งชื่อ แล้วมาร์กี้-ราศรีก็ไปถ่ายแบบที่โน่นด้วย ส่วนเจมส์-จิรายุ ท่านก็เห็นว่ากำลังฮอต เลยเอามาตั้งชื่อ"


ณเดชน์กับญาญ่าว่าอย่างไรบ้าง
"พี่ณเดชน์กับญาญ่าก็อยากเห็นตัวจริงค่ะ ส่วนมาร์กี้บอกว่ายินดี บอกว่าตั้งชื่อฉันเป็นสิงโตดีกว่าตั้งชื่อฉันเป็นลิงเป็นค่าง (หัวเราะ)"



สถานภาพกับภูผาตอนนี้ล่ะ
"เรายังให้ความเป็นเพื่อนอยู่ ไม่ใช่ว่ากั๊กหรืออะไร มุมมองความรักของมิ้นต์คือถ้าเราคบใครก็คบเป็นคนๆ ค่อยๆศึกษาดูใจกันไป คือเราต่างเปิดโอกาสกัน เขาศึกษาคนอื่นได้ เราเองก็มีสิทธิ์ที่จะศึกษา แต่ก็คุยกันว่าเป็นเพื่อนไปก่อนดีกว่า เรายังภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ มิ้นต์ต้องทำงาน ต้องเรียนและทำบ้านด้วยค่ะ"


บางคนคุยกันเป็นเพื่อน แต่ต่างก็รู้ว่าเป็นคนพิเศษของกันและกัน มิ้นต์เป็นแบบนั้นไหม
"พี่ภูผาไม่ได้ดูโตหรือเป็นผู้ใหญ่มาก เรายังมีความเป็นเด็กอยู๋เยอะ เขาไม่ได้แบบจริงจังแล้วมาคิดเรื่องอะไรแบบนี้ เราต่างก็เฉยๆ อะไรก็ได้ เขาสบายๆ แต่ถามว่าเขาเป็นคนดีมั้ย เป็นคนที่น่าคบหาหรือเปล่า เขาก็เป็นคนหนึ่งที่น่าพิจารณา มิ้นต์มองว่าผู้ชายที่ไปกินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้ อยู่กับสัตว์ เล่นกีฬา ถือว่าโอเคนะ แต่ด้วยความที่เราเป็นลูกสาวคนเดียว ที่บ้านค่อนข้างหวง อยากให้ดูกันไปนานๆ ไม่อยากให้มีข่าวคบแล้วเลิก อยากให้ถ้าคบคนนี้ก็คบคนนี้เลย"


อะไรในตัวภูผาที่ทำให้คุยกันถูกคอ
"ด้วยความที่เขายังมีความเป็นเด็ก เป็นคนที่ง่ายๆ อารมณ์ดี ส่วนมิ้นต์ก็เป็นคนอเลิร์ต ไม่ชอบคิดอะไรเยอะ เลยคุยกันถูกคอ ทำให้รู้สึกว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก"



คุณแม่ว่าอย่างไรบ้างเรื่องภูผา
"แม่บอกว่าเขาติ๊งต๊อง (หัวเราะ) เขาตลกดี เขายังเหมือนเด็กๆค่ะ อาจจะด้วยความที่เขาเป็นน้องคนเล็ก แม่เห็นว่ายังดูเด็กด้วยกันทั้งคู่เลยไม่ได้คิดมาก แต่โดยรวมแม่ก็โอเคนะคะ เพราะพี่ภูผาเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน และไม่เจ้าชู้ค่ะ"


มุมมองความรักของมิ้นต์มีเงื่อนไขอะไรอีกไหม
"จริงๆมิ้นต์ไม่มีสเปกเรื่องรูปร่างหน้าตา ขอแค่เป็นคนที่คุยแล้วเข้าใจกัน ถึงเวลาถ้าคลิกก็จะรู้เอง มันด้วยหลายๆอย่าง ผู้ชายก็ต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษให้เกียรติผู้หญิง ถ้ารักมิ้นต์ก็ต้องรับครอบครัวของมิ้นต์ด้วย"


มิ้นต์มีวิธีวางตัวอย่างไรไม่ให้เป็นข่าวด้านลบ
"เราแค่วางตัวให้เหมาะสมไม่ว่าในที่ลับหรือในที่แจ้ง ต้องดูแลตัวเองอยู่เสมอ เพราะที่ทุกคนจับตามองมันเป็นเรื่องธรรมดา บางคนก็ยึดเราเป็นแบบอย่าง ถ้าเรามีข่าวเสียหาย ที่บ้านเราเสียใจเป็นอันดับแรก ต่อมาก็แฟนคลับ คนรอบๆตัวที่ชื่นชอบเราก็จะเสียใจ ดังนั้นเราต้องระวังดัวให้มากที่สุด มิ้นต์ว่าการที่เป็นดาราก็เหมือนกับการเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ถ้ามีข่าวเสียหาย มันจะขยายกว้างมากขึ้น แต่ยังไงคนเราทำผิดพลาดกันได้ค่ะ ซึ่งถ้าผิดแล้วรู้จักแก้ก็เป็นสิ่งที่ดี"