Jane Alexander (เจน อเล็กซานเดอร์)

Jane Alexander (เจน อเล็กซานเดอร์)
ชื่ออื่นๆ : 
วันเกิด : 28 ตุลาคม 2482
ที่เกิด : บอสตัน,แมสซาชูเซ็ต  United States
ปัจจุบันอยู่ที่ : 
ส่วนสูง : 169
:: ประวัติย่อ ::

เจน อเล็กแซนเดอร์ เป็นนักแสดงละครเวทีฝีมือฉกาจ ซึ่งมีผลงานทางด้านภาพยนตร์ไม่มากนัก ทว่าได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ถึงสี่ครั้ง ผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกที่ถูกอกถูกใจคนดูนั้น เธอรับบทที่เคยแสดงบนเวทีมาก่อนจนคว้ารางวัลโทนีมาครองได้ กับการแสดงเป็นนางในดวงใจของนักมวยผิวหมึก แจ็ค จอห์นสัน (แสดงโดย เจมส์ เอิร์ล โจนส์) ใน “The Great White Hope” (ปี 1970) ซึ่งส่งนักแสดงหญิงเอวบางร่างน้อยคนนี้เข้าชิงออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงตั้งแต่แรกเริ่ม

เนื่องจากบทบาทที่ได้รับมักจะเป็นสาวใสซื่อตรงไปตรงมา ใคร ๆ จึงมองว่า อเล็กแซนเดอร์ (ก่อนแต่งงานคือ เจน ควิกลีย์) เป็นผู้หญิงเรียบ ๆ บอบบาง ใสซื่อ และไม่ดัดจริต เธอเป็นลูกสาวของศัลยแพทย์ชื่อดังในบอสตัน งานที่เธอทำในช่วงแรก ๆ จะสลับไปมาระหว่างงานที่ไม่ธรรมดา (เลขานุการ, พนักงานเสิร์ฟ) รวมไปถึงการแสดงบนเวที ก่อนปี 1965 นักแสดงสาวซึ่งปัจจุบันสมรสแล้ว แสดงอยู่ที่โรงละครอารีนาสเตจในวอร์ชิงตันดีซีที่ซึ่งเธอได้ขัดเกลาฝีมืออยู่ถึงสามปี กระทั่งเปิดตัวการแสดงละครบรอดเวย์เรื่องแรก “The Great White Hope” ในปี 1968 และแสดงต่อมาอีกหลากหลาย ทั้งในบทละครของเชคสเปียร์ส ในบทละครของ เฮนริก อิบเซน ไปจนถึงดราม่าและคอมเมดีร่วมสมัย นอกจากนี้ ยังเคยประชันบทบาทกับนักแสดงชายดัง ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ ไมเคิล มอริอาร์ตี ไปจนถึง เฮนรี ฟอนดา และ ไนเจล ฮอว์ธอร์น ซึ่งจากอาชีพทางการแสดงที่ยาวนานนั้น เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนีถึงห้าครั้ง ได้แก่ บทหญิงสาวที่กำลังหาห้องเช่าถูกใจในคอมเมดีเรื่อง “6 Rms Riv Vu” (ปี 1973), บทภรรยาของไบเซ็กชวลใน “Find Your Way Home” (ปี 1974), บทผู้พิพากษาหญิงคนแรกของศาลฎีกาสหรัฐฯ ใน “First Monday in October” (ปี 1979), บทผู้หญิงที่รวยที่สุดในโลกแต่อัดแน่นไปด้วยความแค้นใน “The Visit” (ปี 1992) และบทพนักงานธนาคารสาวในลอนดอนใน “The Sisters Rosensweig” (ปี 1993)

ถึงแม้ว่าเธอจะแสดงเป็นหญิงสาวซื่อสัตย์ใจดีในภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ มาตลอด แต่การแสดงบทพนักงานบัญชีช่างจ้อ ซึ่งคอยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับสองนักข่าว วู้ดเวิร์ด และ เบรนสไตน์ ในภาพยนตร์เรื่อง “All The President’s Men” (ปี 1977) ก็ยอดเยี่ยมมาก รวมถึงบทเพื่อนบ้านที่แสนดีซึ่งคอยช่วย ดัสติน ฮอฟฟ์แมน ให้ปรับตัวเข้ากับการเป็นพ่อหม้ายลูกติดให้ได้ในภาพยนตร์เรื่อง “Kramer Vs. Kramer” (ปี 1979) ซึ่งบทบาททั้งสองนี้ส่งให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขานักแสดงสมทบหญิง กระทั่งโดดเด่นมากจากบทบาทแม่ในภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามนิวเคลียร์ล้างเผ่าพันธุ์เรื่อง “Testament” (ปี 1983) ซึ่งเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงเป็นครั้งที่สอง หลังจากนั้น เธอมีการแสดงที่น่ายกย่องอีกครั้งในบทแม่ที่ขัดแย้งในตัวเองและศีลธรรมหย่อนยาน ซึ่งอาจจะขัดกับบุคลิกภายนอกของเธอไปบ้าง ในภาพยนตร์เรื่อง “Square Dance” (ปี 1987) ซึ่งเธอทั้งเข้าไปช่วยเบื้องหลัง และนั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมด้วย ส่วนหนึ่งในบทบาทที่ยังจดจำกันถึงทุกวันนี้ คือ การแสดงเป็นแม่ชาวบอสตันของ แมทธิว โบรเดอริก ในดราม่าเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองเรื่อง “Glory” (ปี 1989)

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการแสดงทางโทรทัศน์จะเปิดโอกาสให้เธอได้แสดงพรสวรรค์อันเป็นที่กล่าวขานมากกว่า เธอเริ่มงานทางโทรทัศน์ครั้งแรกช่วงปลายทศวรรษที่ 60 และมีผลงานมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 70 หลังจากประสบความสำเร็จจากทั้งละครเวทีและภาพยนตร์ไปแล้ว เธอมีมีบทบาทที่ควรค่าแก่การจดจำตามมาอีก ได้แก่ บทแม่ของลูกที่ป่วยเป็นมะเร็ง (แสดงโดย ร็อบบี เบนสัน) ใน “Death Be Not Proud” (ออกอากาศทางช่องเอบีซี ในปี 1975), บทอาสาสมัครดูแลเด็ก ๆ ในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน “A Circle of Children” (ออกอากาศทางช่องซีบีเอส ในปี 1977) และบทในภาคต่อเรื่อง “Lovey : A Circle of Children Part II” (ออกอากาศทางช่องซีบีเอส ในปี 1978) นอกจากนี้ อเล็กแซนเดอร์ยังเป็นที่กล่าวขานในวงกว้าง รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมีอีกหลายครั้ง จากการรับบท เอเลนอร์ รูสเวลต์ ภรรยาของประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ ซึ่งรับบทโดย เอ็ดเวิร์ด เฮอร์มานน์ ในภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ทั้งสองเรื่อง คือ “Eleanor and Franklin” (ออกอากาศทางช่องเอบีซี ในปี 1976) และ “Eleanor and Franklin : The White House Years” (ออกอากาศทางช่องเอบีซี ในปี 1977) กระทั่งท้ายที่สุดก็ได้รับรางวัลเอ็มมีในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากบทบาทผู้นำกลุ่มออร์เคสตร้าหญิงล้วนในค่ายกักกันเอาชวิตซ์ ในภาพยนตร์ทางโทรทัศน์เรื่อง “Playing For Time” (ออกอากาศทางช่องซีบีเอส ในปี 1980) โดยประชันบทบาทกับ วาเนสซา เรดเกรฟ ต่อมา อเล็กแซนเดอร์ทั้งคุมงานสร้างและแสดงเองในภาพยนตร์อัตชีวประวัติทางโทรทัศน์ถึงสองเรื่อง คือ “Calamity Jane” (ออกอากาศทางช่องซีบีเอส ในปี 1984) และ “A Marriage : Georgia O’Keefe and Alfred Stieglitz” (ออกอากาศทางช่องสาธารณะพีบีเอส ในปี 1991) กระทั่งฉายแสงเจิดจ้าจากการแสดงเป็นตัวละครที่มีชีวิตจริงอีกครั้ง ในบทราชินีแห่งข่าวซุบซิบ เฮ็ดดา ฮ็อพเพอร์ ซึ่งคู่กับ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ในบท ลูเอลลา พาร์สัน ในภาพยนตร์ทางโทรทัศน์เรื่อง “Malice in Wonderland” (ออกอากาศทางช่องซีบีเอส ในปี 1985)

ในปี 1993 อเล็กแซนเดอร์รับคำเชิญของประธานาธิบดี บิลล์ คลินตัน เป็นหัวหน้ากองทุนบริจาคเพื่อศิลปะแห่งชาติ หรือ เอ็นอีเอ โดยสาบานรับตำแหน่งเมื่อ 8 ตุลาคม และนับแต่นั้น เธอต้องปะทะกับสมาชิกสภาคองเกรสซึ่งพยายามสลายเอ็นอีเออยู่ตลอดทั้งปี แม้ว่าเธอจะพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่งบของเอ็นอีเอก็ถูกตัดออกไปถึงกว่าร้อยละ 40 ตั้งแต่ปีงบประมาณ 1995 เป็นต้นมา หลังจากสี่ปีแห่งความหงุดหงิด อเล็กแซนเดอร์ก็ยื่นใบลาออกจากเอ็นอีเอในเดือนตุลาคม ปี 1997 ตำแหน่งหัวหน้ากองทุนจึงว่างลงชั่วคราว จนกระทั่งมีผู้มาดำรงตำแหน่งต่อ เธอถึงได้หวนกลับสู่อาชีพทางการแสดงอีกครั้ง

เธอคืนสู่ละครบรอดเวย์เรื่อง “Honour” (ปี 1998) ซึ่งค่อนข้างจะจืดชืดยืดเยื้อ ว่าด้วยเรื่องชายที่ทิ้งภรรยา (แสดงโดย อเล็กแซนเดอร์) ไปหาสาวรุ่น บางทีอาจจะเป็นการต้อนรับการหวนคืนวงการของเธอ หรือที่แน่ ๆ เพราะบทที่เธอได้รับนั้นคล้าย ๆ กับที่เธอเคยแสดงมาก่อน หากแต่ทำสีใหม่ เพิ่มศักดิ์ศรีและความนุ่มนวลเข้าไป เธอจึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนีเป็นครั้งที่หกจากบทบาทนี้ แต่กระนั้น ละครก็ไม่มีคนดูและปิดการแสดงลงเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ต่อมาจึงหวนคืนสู่ภาพยนตร์ในบทสมทบ โดยแสดงเป็น พยาบาลเอ็ดนา หนึ่งในสองสาวที่ต้องช่วยกันผ่าตัดเด็กกำพร้า ในภาพยนตร์ดัดแปลงของผู้กำกับฯ จอห์น เออร์วิง เรื่อง “The Cider House Rules” (ในปี 1999) ซึ่งยิ่งเธอใส่พลังและความอบอุ่นเข้าไปในบทบาทอย่างเต็มที่ ก็ยิ่งเร่งเร้าให้คนดูเรียกร้องบทบาทอันทรงพลังอย่างที่เธอเคยแสดงมายาวนานคืนมาให้เธอ

หลังจากแสดงในภาพยนตร์ของมือเขียนบทฯ และผู้กำกับฯ จอห์น เซย์เลส เรื่อง “Sunshine State” (ปี 2002) และในภาพยนตร์สยองขวัญสุดฮิตเรื่อง “The Ring” (ปี 2002) รวมไปถึงภาพยนตร์ทางโทรทัศน์อีกหลากหลาย อเล็กแซนเดอร์ก็มุ่งไปที่การแสดงทางโทรทัศน์เสียเป็นส่วนใหญ่ กระทั่งได้แสดงในภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ว่าด้วยเรื่องชีวิตตอนต้นของ แฟรงคลิน และ เอเลนอร์ รูสเวลต์ เรื่อง “Warm Springs” (ออกอากาศทางช่องเอชบีโอ ในปี 2005) ซึ่งส่งให้เธอได้ครองรางวัลเอ็มมีสาขานักแสดงสมทบหญิงผู้โดดเด่นในมินิซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ สำหรับบทบาทการแสดงเป็นแม่ผู้หนักแน่นของอนาคตประธานาธิบดีที่ขณะนั้นป่วยเป็นโปลิโอ นามว่า แซรา ดีลาโน รูสเวลต์ เธอยังเป็นดารารับเชิญใน “Law & Order” เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเดย์ไทม์ เอ็มมีจากการแสดงของเธอในภาพยนตร์ทางโชว์ไทม์เรื่อง “Carry Me Home” ที่กำกับโดยเจซ อเล็กซานเดอร์ ลูกชายของเธอ ก่อนหน้านี้ เธอเคยร่วมงานกับเจซมาแล้วเมื่อเขากำกับเธอในภาพยนตร์ทางซีบีเอสเรื่อง “Jenifer” ในปี 2007 อเล็กซานเดอร์ได้นำแสดงในซีรีส์โทรทัศน์เรื่องแรกของเธอเรื่อง “Tell Me You Love Me” ทางเอชบีโอ อเล็กซานเดอร์เป็นผู้เขียน “Command Performance: An Actress in the Theater of Politics” ซึ่งบันทึกเรื่องราวของเธอขณะที่เป็นผู้อำนวยการเนชันแนล เอ็นโดว์เมนท์ ฟอร์ ดิ อาร์ตส์ระหว่างปี 1993-1997 ก่อนที่เธอจะทำงานในสายการเมืองต่อด้วยการเป็น Commissioner of Parks, the Taconic Region ให้กับนิวยอร์ก

   
ประวัติเรียงตาม :: - ผลงานแสดง

ผลงานแสดงที่ผ่านมา
Terminator Salvation(2009)   ...เวอร์จิเนีย
The Unborn(2009)   ...Sofi Kozma
Feast of Love(2007)   ...เอสเธอร์ สตีเวนสัน
Fur(2007)   ...เกอทรูด เนอเมโรฟ