นักแสดงที่มีชื่อที่สุดคนหนึ่งของปลายปี 60 และต้นปี 70 Caine ได้บทนำในผลงานชิ้นเยี่ยมหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น หนังแนว action-comedy ในปี 1969 Sleuth ปี 1972 ที่เป็นดารานำในเรื่อง The Man Would Be King โดยเล่นเป็นฝ่ายตรงข้ามของ Laurence Olivier ในปี 1976 โดยมี Sean Connery เล่นเป็นคนที่อยู่ข้างเดียวกัน และอีกเรื่องหนึ่งเช่นกันที่สามารถตอกย้ำกระแสความดังในระดับโลกคือเรื่อง California Suite ในปี 1978
ในยุค 80 Caine ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง Educating Rita ในปี 1983 และได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงชายสมทบยอดเยี่ยมจากเรื่อง Hannah and Her Sisters นอกจากนี้ ในปี1986 ก็ยังมีเรื่อง Mona Lisa ที่ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามเช่นกัน และ 2 ปีต่อมาเขาก็ได้สร้างชื่ออีกครั้งให้กับหนังตลกเรื่อง Dirty Rotten Scoundrels ที่เล่นคู่กับ Steve Martin
ในยุค 90 Caine ก็ยังคงมีผลงานมากมายหลายเรื่อง แต่กลับเป็นงานที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไร ปลายปี 90 เขากลับมาอีกครั้งกับหนังของตนเองเรื่อง Little Voice ที่สร้างขึ้นในปี 1998 โดยเรื่องนี้สามารถ คว้ารางวัล Golden Globe ที่เขามาในมาดของสายลับจอมโกโลโสโกแต่แสนฉลาด
ปี 2000 Caine ได้รับเกียรติโดยได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงชายสมทบจากเรื่อง The Cider House Rules ที่เป็นเล่นผู้สนับสนุนการทำแท้ง Caine เริ่มต้นปี 2000 ด้วยผลงานชั้นเยี่ยมเรื่อง Quills ที่สร้างชื่อให้เขากระฉ่อนอีกครั้งเช่นกัน และการกลับมาในมาดของสุดยอดสายลับที่จะมีแว่นตาเป็นเอกลักษณ์ พ่อของ Austin Powers ในเรื่อง Austin Powers in Goldfinger ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า Caine ยังคงไม่ทิ้งความเป็นคนมีอารมณ์ขันได้อย่างเหนียวแน่น ในปี 2002 บทบาทของ Caine ในเรื่อง The Quiet American ไม่เพียงแต่ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเยี่ยมยอดของเขาแล้ว เขายังได้รับรางวัล Golden Globe และได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลออสการ์อีกด้วย