Top
เดียร์ - ดาริน ดารากานต์


ถอดรูป 'เดียร์ - ดาริน' นางเอกแก้วหน้าม้า 2015


เรียกว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการทีวีบ้านเราในช่วงที่ผ่านมา สำหรับละครพื้นบ้านช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 7 สี อย่าง "แก้วหน้าม้า" ซึ่งได้กวาดคะแนนความนิยมแซงหน้าละครหลังข่าว จนคว้าเรตติ้งเป็นอันดับ 1 ของประเทศ พร้อมกับแจ้งเกิดนางเอกน้องใหม่ เดียร์ - ดาริน ดารากานต์ ซึ่งรับบท "แก้วมณี" และ "มณีรัตนา" เวอร์ชั่น 2015 ให้กลายเป็นขวัญใจลูกเล็กเด็กแดง ดาวต่างมุมวันนี้เลยต้องขอนัดเธอมานั่งพูดคุย เพื่อให้แฟน ๆ ได้ทำความรู้จักตัวตนของเธอให้มากขึ้น

ที่มา: ดาวต่างมุม เดลินิวส์ / ภาพ: @dearr_darin (IG)




ก่อนอื่นขอย้อนถามเลยว่าเดียร์มาเล่นละครได้อย่างไร?
จุดเริ่มต้นคือเดียร์เคยไปถ่ายโฆษณาผลิตภัณฑ์เพิ่มความสูงยี่ห้อหนึ่งค่ะ ก็จะมีพี่ที่รู้จักกันเอาโปรไฟล์ไปฝากพี่ที่บริษัท สามเศียร แล้วเขาก็เอาไปให้คุณอาไพรัช สังวริบุตร ดู พอเดียร์ได้เจอคุณอา ท่านก็ถามว่าเรียนที่ไหน ชื่ออะไร เราก็ตอบไปเรื่อย ๆ เขาก็โอเค บอกให้ไปเล่นเลย ก็เซ็นสัญญากับทางค่ายสามเศียร ไปทั้งหมด 5 ปี ตอนนี้ก็ผ่านไปแล้ว 2 ปี คือเดียร์เริ่มงานแสดงจากละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ก่อน เรื่องแรกคือ "มนต์นาคราช" แต่ตอนนั้นยังไม่มีคนรู้จักเรามากมาย เพราะฉะนั้นจะนับว่าเดียร์แจ้งเกิดจาก "แก้วหน้าม้า" ก็น่าจะได้ค่ะ


ติดใจการแสดงเลยไหม?
ตอนแรกเดียร์ไม่ค่อยชอบการแสดงนะคะ เพราะเราไม่ได้อยากเป็นดาราตั้งแต่ต้น เลยมีแอบท้อเหมือนกัน รู้สึกว่ามันไม่ไหว ต้องตื่นแต่เช้า กลับบ้านดึก แล้วเราก็เรียนหนังสือด้วย แต่ตอนหลัง ๆ เราก็รู้สึกว่าไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่เหนื่อย แต่มีคนอีก 20 กว่าคนรอเราอยู่ที่กอง ถ้าเราไม่ไป ก็เหมือนเราเห็นแก่ตัวอยู่คนเดียว งานมันก็ไม่สำเร็จ แต่หลัง ๆ เดียร์ก็เริ่มรู้สึกว่ามันก็สนุกดีค่ะ


รู้สึกอย่างไรที่ "แก้วหน้าม้า" คว้าเรตติ้งเป็นอันดับ 1 ของประเทศ?
ดีใจมากค่ะ ตรงนี้ทำให้เราหายเหนื่อยเลย เราไม่เคยคาดหวังว่ากระแสจะดีเท่านี้ เราเคยคิดแต่ว่าละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ตอนเช้าคงจะไม่มีคนตื่นมาดูหรอกเนอะ แต่ตอนนี้ในอินสตาแกรม ในเฟซบุ๊ก ก็มีคนมาคอมเมนต์เยอะมาก มียอดฟอลโล่เยอะขึ้น แล้วทวิตเตอร์ก็มีคนรีทวีต เยอะมาก เราก็พยายามไปอ่านคอมเมนต์ เพราะอยากรู้ว่าคนดูชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ตรงนี้ก็ทำให้เดียร์มีกำลังใจ มีแรงจะสู้ต่อ แล้วก็ตั้งใจทำงานให้ออกมาดีกว่าเดิม





ชินหรือยัง ที่เวลาไปไหนแล้วคนจำได้?
เอาจริง ๆ ยังไม่ชินเลยค่ะ กับการที่เราไปไหนแล้วมีคนมอง เมื่อก่อนถ้าเราไม่แต่งหน้าคนจะจำไม่ได้เลย แต่เดี๋ยวนี้ถึงไม่ได้แต่งหน้าคนก็จำได้ ส่วนถ้าไปไหนก็มีเด็ก ๆ วิ่งมาเล่นด้วย เขาจะเรียกพี่แก้ว ๆ (หัวเราะ) เพราะเราไปถ่ายละครที่วัดก็จะมีเด็ก ๆ วิ่งตามเป็นขบวน ซึ่งเราก็ดีใจนะ เหมือนเป็นกำลังใจในการทำงาน


"แก้วหน้าม้า" ทำมาหลายเวอร์ชั่นแล้ว ตอนแรกที่เดียร์รู้ว่าต้องมาเล่นกดดันไหม?
กดดันมากเลยค่ะ เพราะสองรุ่นก่อนเขาทำไว้ดีมาก และก็ดังทุกรุ่นเลย พอเรารู้ว่าต้องมารับบทแก้วหน้าม้า ก็แอบคิดในใจว่าเราไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรือเปล่า แต่พอถึงเวลาได้เล่นจริง ๆ ก็ทำได้ดีพอสมควร (ยิ้ม) แล้วความแตกต่างของเวอร์ชั่นนี้คือ แก้วมณี ก็จะเซ็กซี่นิดหนึ่ง ถึงหน้าไม่สวย แต่หุ่นต้องสวย


ละครเรื่องนี้สอนอะไรคนดูบ้าง?
ถ้าพูดถึงเนื้อหาในละคร “แก้วหน้าม้า” กับสังคมทุกวันนี้ เดียร์ว่าเดี๋ยวนี้ยากนะที่คนเราจะมองเรื่องจิตใจเป็นอันดับแรก เพราะทุกคนมองจากภายนอกอยู่แล้ว จะมีสักกี่คนที่ตกหลุมรักคนฟันเหยินหัวหยิกอย่างแก้วหน้าม้า แล้วสมัยนี้ต่อให้เป็นคนดีมาก ๆ ไม่มีที่ติ แต่หน้าตาเป็นแก้วหน้าม้า จะมีสักกี่คนที่ชอบจริงไหม





ตัวจริงของเดียร์ คล้ายกับ "แก้วมณี" หรือ "มณีรัตนา" ไหม?
บุคลิกของเดียร์ กับ "แก้วมณี" ค่อนข้างจะใกล้เคียงกันนะคะ เพราะเราเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี ถ้าเราสนิทกับใครก็จะชอบไปป่วน ไปแกล้งเขา อยากให้คนรอบข้างรู้สึกว่าอยู่ใกล้เราแล้วสบายใจ มีความสุข สนุกสนาน แต่ถ้ายังไม่สนิทเดียร์ก็จะมีบุคลิกเหมือน "มณีรัตนา" คือจะเงียบเหมือนกันนะคะ มีความคิดอยู่กับตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชอบอยู่กับตัวเองนะคะ แต่เป็นคนคิดเยอะเหมือนกัน


นอกจากละครพื้นบ้านแล้ว ก็เล่นละครหลังข่าวด้วย?
ใช่ค่ะ ก่อนหน้านี้เดียร์เคยเล่นละครเรื่อง "คาดเชือก" และ "ใยกัลยา" มาก่อน แล้วล่าสุดก็เพิ่งไปฟิตติ้งเรื่อง "ข้ามาคนเดียว" ไป เรื่องนี้ต้องรับบทเป็นลูกนักมวย ซึ่งเราก็ต้องเก่งมวยไทยเหมือนกัน


เล่นละครจักร ๆ วงศ์ ๆ กับละครหลังข่าว แนวไหนยากกว่ากัน?
เดียร์จะชินกับละครจักร ๆ วงศ์ ๆ มากกว่า ส่วนละครหลังข่าวเราก็ยังไม่เก่งขนาดนั้น เรายังใหม่อยู่ ยังต้องฝึกอีกเยอะ ยังมีบททดสอบอีกเยอะ แต่สำหรับละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ต้องใช้ความอดทนสูงมากนะคะ การเป็น "แก้วหน้าม้า" ไม่ใช่ง่าย ๆ เดียร์ต้องทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ต้องถอดรองเท้าเดินบนพื้นดิน เดินบนพื้นปูนร้อน ๆ กระโดดเป็น สิบ ๆ รอบต้องไม่เหนื่อย อยู่กับแดดได้นาน ๆ ไม่กลัวดำ บางฉากก็แอบโหด อย่างฉากที่ต้องดำน้ำไปหาสะดือทะเล เราต้องถ่ายทำในน้ำตั้งแต่ 5 โมงเย็น จนถึง 5 ทุ่มเลย แต่ก็ไม่ใช่เราคนเดียวที่อยู่ในสระ ก็มีผู้กำกับ ตากล้อง แล้วก็มีช่างไฟกองด้วย ทุกคนก็อยู่ด้วยกันหมด





เห็นว่าถ่ายละครจนป่วยต้องกายภาพเลย
คือเราอาจจะใช้แขนข้างหนึ่งเยอะเกินไป อย่างในละคร "แก้วหน้าม้า" มือหนึ่งก็ต้องถืออีโต้ แล้วก็ถือของหนักด้วย พอทำทุกวัน ๆ มันก็ตึง บวกกับเดียร์เป็นไมเกรนอยู่แล้วด้วย เลยไม่ค่อยแข็งแรง ตอนนี้ก็รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ค่ะ ต้องไปทำกายภาพทั้งหมด 10 ครั้ง ตอนนี้ก็ทำไปแล้ว 3 ครั้ง


แล้วแบ่งเวลาไปเรียนยังไง?
ตอนนี้เดียร์เรียนอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการสื่อสารตราสินค้า ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แต่เทอมนี้ดร็อปไว้ค่ะ เพราะเราต้องถ่ายละคร จันทร์-ศุกร์ เลย เลยต้องเลือกเอาประสบการณ์ก่อน เพราะเดี๋ยวนี้บางทีถ้ามีแต่ความรู้ ก็ไม่สามารถไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ณ ตอนนี้เดียร์เลยเลือกเอางานแสดงก่อน ส่วนเรื่องเรียนก็พยายามจะปรับเวลาอยู่ค่ะ ยังไงก็ไม่ทิ้ง แต่ยอมรับว่าเราก็แอบอิจฉานะ ที่เพื่อนเขาจะเรียนจบกันแล้ว


คิดว่าชีวิตวัยรุ่นเราหายไปไหม?
ไม่นะคะ คือตอนมัธยมเราก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นเยอะแล้ว เลยคิดว่าการที่เราได้มีโอกาสมาอยู่ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีกว่า ที่สามารถทำงานเลี้ยงแม่ ดูแลยายได้ เพราะเพื่อน ๆ ที่อายุเท่าเดียร์ ยังไม่มีใครทำงานได้เลย จำได้ว่าตอนได้เงินมาก้อนแรกก็ให้คุณแม่เก็บเลย ทุกวันนี้ก็ยังให้เก็บหมด ถ้าเดียร์อยากได้อะไรก็ค่อยไปเบิกเงินคุณแม่ อย่างล่าสุดก็เพิ่งไปปลูกบ้านที่ปากช่องให้คุณแม่ค่ะ เป็นบ้านพักตากอากาศ คือช่วงปีใหม่เราเคยไปเที่ยวด้วยกัน แล้วเขาชอบอากาศที่นั่น ซึ่งหลังจากสร้างบ้านแล้วก็ยังมีเงินเก็บบางส่วนเหลืออยู่ด้วย





แล้วเรื่องหัวใจล่ะ มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบหรือเปล่า?
พักไว้ก่อนค่ะ (ยิ้ม) จริง ๆ ก็มีคนมาคุยด้วยบ้าง มีคนมาจีบบ้าง แต่ตอนนี้เดียร์ยังไม่เอาดีกว่า เพราะแค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว เวลาจะเรียนยังไม่ค่อยจะมีเลย ก็ไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปคุยกับคนอื่น เพราะตัวเองเรายังไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลยค่ะ ยังไม่พร้อมที่จะรัก กลัวเจอคนหลายใจแบบพระปิ่นทอง (หัวเราะ)


ที่ไม่มีใครเพราะคุณแม่หวงด้วยหรือเปล่า?
คุณแม่เดียร์จะทำตัวเหมือนเพื่อนค่ะ เขาฉลาดมาก เป็นวิธีเลี้ยงลูกวัยรุ่นแบบใหม่ คือทำตัวเหมือนเพื่อน แล้วลูกก็จะไว้ใจ จะปรึกษา จะเล่าทุกอย่างให้ฟัง เวลามีคนเข้ามาเราเลยจะบอกคุณแม่ คุณแม่จะรู้หมดเลย ว่าคนไหน อะไรยังไง คนนี้มาจีบลูกหรอ อะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) แต่เดียร์ไม่รีบค่ะ ตอนนี้เราเพิ่งอายุ 21 ปีเอง ให้พี่นายแซงหน้าไปก่อนเลย


พี่ ๆ ในวงการหลายคนอย่าง กบ - สุวนันท์ ก็แจ้งเกิดจากละครจักร ๆ วงศ์ ๆ จนไปเป็นนางเอกแถวหน้า เดียร์เคยคิดว่าวันหนึ่งตัวเองอยากจะไปถึงจุดนั้นบ้างหรือเปล่า?
เดียร์คิดว่าเราคงไม่ดังเท่าพี่ ๆ เขาหรอก แค่เรามีโอกาสมาอยู่ตรงนี้ก็ดีใจแล้ว เรารู้สึกว่าตัวเองโชคดีกว่าเด็กคนอื่น ๆ อย่างคนรุ่นใหม่เขาอาจจะไม่อยากเล่นละครจักร ๆ วงศ์ ๆ เพราะมองว่าเชย อยากจะเล่นละครหลังข่าวอย่างเดียว เพราะอินเทรนด์กว่า แต่ถ้าเรามองดี ๆ เราได้เป็นส่วนหนึ่งเลยนะ ที่ได้มีส่วนช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย


เดียร์มีคติที่ใช้ในการดำเนินชีวิตไหม?
คติในการทำทุกอย่างของเดียร์คือ "Practice make perfect (แพรคทิช เมค เพอร์เฟกต์)" คือเดียร์คิดว่าคนเราไม่ได้เกิดมาแล้วทำอะไรได้ทุกอย่างหมด แต่การที่เราจะทำอะไรสำเร็จได้สักอย่าง ก็ต้องเกิดจากการฝึกฝน ความพยายาม ถ้าเราตั้งใจจริง ๆ ยังไงก็สำเร็จ และไปถึงจุดนั้นได้ค่ะ



* ดูประวัติ เดียร์ - ดาริน ดารากานต์


 
 

Box Office

เรื่อง
ล่าสุด
รวม
1.
2.
3.
4.
5.
เรื่อง
ล่าสุด
รวม
1.
2.
3.
4.
5.

บทสัมภาษณ์ทั้งหมด

 
 
 

ติดตามหนังดี : Youtube Instagram Facebook Twitter  

MMM Digital Asset Co.,Ltd.
109 อาคารซีซีที ชั้น 2 ถนนสุรวงศ์
แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
Tel. 0-2234-7535    FAX. 0-2634-4269
E-mail: webmaster@nangdee.com   © 2006 nangdee.com
แผนที่ | sitemap | ติดต่อโฆษณา