Top
ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์


      "เอ๊ะ"รักลงตัวไม่คาดหวัง

      ความรักเบ่งบานจนกำลังจะได้เป็นเจ้าสาวไปอีกหนึ่งคนแล้ว สำหรับ เอ๊ะ-ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์ ที่ล่าสุดพบรักกับหนุ่มลูกครึ่ง อิตาลี-ญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ยูเอ็น ดอม-โดมินิค วินเซนต์ ลียง ซึ่งความรักครั้งนี้ถือว่าลงตัวและสวยงาม การตัดสินใจเข้าประตูวิวาห์เลยจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 ธ.ค. 55 นี้ เอ๊ะมานั่งเป็นแขกรับเชิญให้ “ดาวต่างมุม” ได้พูดคุยกับเธอในทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องงานในวงการบันเทิงที่ตอนนี้เธอหันมาเน้นงานพิธีกรมากขึ้น กับรายการ “นารีบิวตี้” ทางช่องมีเดีย แชแนล รวมถึงเปิดใจเรื่องความรักอย่างหมดเปลือก

ที่มา: เดลินิวส์



คำถาม
รู้สึกว่าห่างหายจากงานแสดงมาเน้นงานพิธีกรมากขึ้นหรือเปล่า?

เอ๊ะ
ส่วนมากตอนนี้เป็นพิธีกรรายการค่ะ มีมาทำโปรดักชั่นของเราเองด้วย เช่น พรีเซนเตชั่น สกู๊ป ช่วงของรายการ เป็นแนวโปรดักชั่น แล้วก็มีธุรกิจส่วนตัวคือร้านอาหารที่ทำอยู่และกำลังขยายสาขา เพิ่มทุกอย่างมันค่อนข้างใช้เวลาและวุ่นวายพอสมควร เพราะฉะนั้นงานพิธีกรเป็นงานที่จบในวันเดียว ไม่ได้ใช้เวลายาวนานตอนนี้เลยเห็นเป็นพิธีกรเยอะหน่อยค่ะ

คำถาม
แสดงว่าเอ๊ะวางมือจากงานละครและเพลงแล้วใช่ไหม?

เอ๊ะ
ก็ยังนะคะ ล่าสุดไปเล่นละครรับเชิญเรื่อง “เซน สื่อรักสื่อวิญญาณ” ด้วย เอ๊ะว่าอาจมีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างนะคะ เช่น ความสูงของตัวเอง อาจจะหาคนเล่นด้วยยาก น้อง ๆ รุ่นใหม่ที่เข้ามาก็เป็นรุ่นเด็กเยอะ ถ้าเราไปเล่นคงต้องเล่นเป็นรุ่นใหญ่ เป็นแม่เป็นป้า มันคงไม่ไหว (หัวเราะ)


คำถาม
ก็เลยหาทางออกมาทางรายการ?

เอ๊ะ เอ๊ะว่ามันเหมือนมันมาเองในช่วงของมัน อย่างรายการทำมาปีกว่าแล้ว ทางมีเดีย สตูดิโอ ติดต่อมาว่าลองทำดูไหม คู่กับนุ้ย-สุจิรา ก็สนุกดีและเราก็เข้าขากับน้องนุ้ยด้วย จึงเป็นรายการที่ทำมาได้เรื่อย ๆ เป็นรายการเกี่ยวกับผู้หญิง มีสาระดี ๆ เพื่อผู้หญิงสวยและฉลาด เอ๊ะว่าจะทำรายการอะไรก็ตามต้องให้ความรู้แก่ผู้ชม คงจะไม่ใช่บันเทิงอย่างเดียว รายการนี้ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ มีข้อมูลความรู้มากมาย เช่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ซึ่งสอดแทรกอยู่ในรายการตลอด ละครยังอยากกลับไปเล่นนะคะ แต่ไม่รู้ว่าด้วยเวลาและอะไรหลาย ๆ อย่างจะทำให้เรากลับไปเล่นได้หรือเปล่า เอ๊ะคิดว่างานแสดงเป็นงานที่สนุกดี เราได้เล่นอะไรที่ไม่ใช่ตัวเราในวันนั้น ๆ ที่เราไปเล่น ได้สวมบทบาทที่แปลกออกไปจากชีวิตจริง มันมีความท้าทายในทุกครั้ง ไม่จำเจด้วยค่ะ

คำถาม
แล้วเจอแฟนได้อย่างไร?

เอ๊ะ บังเอิญได้เจอกับเขาในปาร์ตี้วันเกิดเขานี่แหละ ได้ถ่ายรูปกันด้วย แต่ก็จำไม่ค่อยได้ ตอนนั้นยังเป็นแฟนกับเจมส์อยู่เลย เราเลยไม่ได้มองใคร จนกระทั่งผ่านไป ก็เลิกกับเจมส์ เขาเองก็ทำนองว่านี่มันคนที่เขาชอบนี่นาเลิกกับแฟนแล้ว เขาเลยมาบอกกับเพื่อนเอ๊ะซึ่งเป็นเพื่อนเขาด้วยว่านัดให้เจอหน่อยสิ เพื่อนก็นำเสนอมาก ส่งรูปให้ดูด้วย เราก็บอกว่าไม่เอา เด็ก ไม่ชอบ แต่หลังจากนั้นก็ได้เจอกัน ได้รู้จัก ได้พูดคุย ได้รู้ว่าเขาน่ารักและเป็นคนจิตใจดี รักครอบครัว เขาเป็นฝรั่งที่มีความเป็นเอเชียอยู่สูงมาก ด้วยความที่ครอบครัวเขาผสมหลายเชื้อชาติมาก คุณแม่ของเขาเป็นญี่ปุ่นจึงมีความเป็นเอเชียสูง ตัวเขาก็เป็นคนยืดหยุ่น ปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ง่าย


คำถาม
ฝรั่งที่มีความเป็นเอเชียทำให้ถูกใจเอ๊ะมากใช่ไหม?

เอ๊ะ
เอ๊ะว่าไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะ เอ๊ะว่าเขาเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราเป็นเรา และไม่เคยเรียกร้องให้เราต้องเปลี่ยนไปเป็นแบบนั้นแบบนี้ คือรับได้ทุกอย่าง แต่เราก็ต้องคอยบอก เช่น ห้ามใช้เท้าชี้อะไรนะ คนไทยถือว่าหยาบคายนะ เจอผู้ใหญ่ให้ยกมือไหว้ แต่ตอนที่เขาเจอคุณพ่อใหม่ ๆ เขาจะเช็กแฮนด์ คุณพ่อบอกว่าอยู่เมืองไทยมาตั้งเป็นปี ไม่รู้เหรอว่าต้องยกมือไหว้ คุณพ่อมาพูดกับเอ๊ะทีหลังนะ ก็เลยไปบอกเขา นับแต่นั้นมา เขายกมือไหว้ตลอด

คำถาม
อายุห่างกันกี่ปี?

เอ๊ะ
5 ปีค่ะ แต่มันทันกันนะ เพราะเขาก็ 30 แล้ว คนเราพอวัย 30 เอ๊ะว่ามันก็เท่า ๆ กันนะ ด้วยความเป็นอเมริกัน ทุกคนเท่าเทียมกัน เขาก็ปฏิบัติต่อเราเท่ากัน


คำถาม มีช่องว่างระหว่างอายุไหม?

เอ๊ะ ไม่มีเลยค่ะ ฝรั่งความคิดเขาไม่เด็กค่ะ ตอนอายุ 16 เขาก็ทำงานดูแลตัวเองแล้ว เขาไม่ได้คาดหวังว่าเราจะต้องมาดูแลหรือปรนนิบัติเขาแบบคนไทยที่ต้องดูแลสามีนะ เป็นแม่บ้านนะ อย่างตอนทานข้าวกัน เขาก็มาช่วยทำ ทานเสร็จก็ช่วยล้างจาน คือมันเหมือนเป็นทีมค่ะ แล้วก็ไม่ใช่คอนเซปต์อยู่บ้านเป็นคุณนายให้ผู้ชายเลี้ยง แต่จะช่วยกัน แชร์กัน เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะมีแฟนเป็นฝรั่งนะ คิดว่ามันจะเข้ากันได้เหรอ พูดจาก็คนละภาษา โตมาก็คนละแบบ มันไม่น่าจะเข้าใจกัน แต่พอมาคบกัน เอ๊ะก็เข้าใจนะ ด้วยความเป็นฝรั่ง เขาก็ไม่มาหยุมหยิมกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

คำถาม ถูกใจแฟนคนนี้ตรงไหนถึงขั้นยอมแต่งงาน?

เอ๊ะ คงเพราะไม่ได้คาดหวังมั้งคะ เป็นอะไรที่ไม่ได้ค้นหรือมองหา แต่มันเดินเข้ามาหาเราเอง เอ๊ะไม่เคยคาดหวังหรือคิดที่จะคบคนอายุน้อยกว่าไม่ได้คิดจะคบชาวต่างชาติ คิดว่าคนที่เคยผ่านความสัมพันธ์ที่ยาวนานมาจะเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วปัญหามักจะเกิดจากความคาดหวังที่มากจนเกินไป ของคนสองคน ตอนเป็นเพื่อนเราไม่มีอะไรคาดหวังจากคนคนนั้น แต่พอเป็นแฟน เราไปคาดหวังกับทุก ๆ เรื่อง แล้วพอมันไม่เป็นตามที่เราหวัง มันก็จะมีปัญหา แต่ครั้งนี้เอ๊ะรู้สึกสบาย ๆ กับมันค่ะ ไม่ได้รู้สึกว่าคบกับคนนี้จะต้องแต่งงาน แต่ทุกอย่างมันก็เป็นไปด้วยตัวของมันเอง


คำถาม ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนอะไรเราบ้าง?

เอ๊ะ เอ๊ะเป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์ประมาณหนึ่งเลย พอมันผ่านไปก็มาคิดว่ามันก็ไม่มีอะไรที่จะเป็นไปอย่างที่เราต้องการได้เสมอ ตอนนี้ค่อนข้างยืดหยุ่นและปรับตัวเยอะ คือยอมซึ่งกันและกันเยอะกว่าตอนสมัยก่อน

คำถาม มีปัญหาเรื่องภาษาและวัฒนธรรมบ้างไหม?

เอ๊ะ มันก็มีบ้างนะคะแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ คงต้องปรับตัวกันไป เราเติบโตมาในครอบครัวที่สนิทกับคุณแม่ เขาก็จะรู้สึกว่าเราโดนพ่อแม่ควบคุมอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า จะมีปัญหาในวันข้างหน้าไหมตอนที่เราเลี้ยงลูก แล้วจะเป็นแบบไหน คือมันมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งเราก็เข้าใจถึงความแตกต่างนี้ คิดว่ามันทำให้เราพิเศษ นิสัยเราก็ง่าย ๆ ทั้งคู่ ไม่ใช่ฉันจะเอาแบบนี้เธอจะเอาแบบนั้น ไม่ได้มีการตั้งเงื่อนไขอะไรมากมาย พอมาเจอกับคนที่เข้ากันได้ เลยเพิ่งเข้าใจว่า อ๋อ คนเราที่เข้ากันได้มันเป็นแบบนี้นี่เอง คือมันสบายตัว มันไม่ต้องพยายามอะไร


คำถาม พูดเหมือนที่ผ่านมามันเข้ากันไม่ได้?

เอ๊ะ ใช่ค่ะ ไม่อย่างนั้นจะเลิกกันเหรอคะ (หัวเราะ) เอ๊ะว่าความสัมพันธ์ครั้งเก่า ด้วยงาน ด้วยสื่อ ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เราเดินมาถึง 12-13 ปี เอ๊ะไม่ใช่คนเจ้าชู้ที่จะเริ่มใหม่กับใครได้ง่าย ๆ เราก็ได้พยายามปรับให้มันเวิร์ก แต่พอพยายามจนสุดทางแล้วมันไม่ได้ก็ต้องไปค่ะ พอมาคบกับคนปัจจุบันรู้สึกเลยว่ามันสบาย ไม่มีเรื่องอะไรทำให้หงุดหงิดเลย

คำถาม ดูตัดสินใจเร็วไปหรือเปล่า?

เอ๊ะ ตอนที่เราคบกัน เราทั้งสองคนต่างรู้ว่าเป้าหมายคืออะไร เราอยากมีครอบครัวทั้งคู่ ต่างคนต่างก็ไม่ใช่คนที่คบกับใครเล่น ๆ แต่จริง ๆ แล้วเอ๊ะอยากมีเวลาที่จะศึกษาไปอีก 2-3 ปีนะคะแล้วค่อยแต่งงาน แต่ด้วยความที่อายุของเราก็มากขึ้น เอ๊ะและเขาอยากมีลูกทั้งคู่ จึงกลัวว่าอายุจะมากเกินไป เดี๋ยวจะมีลูกไม่ได้ เลยตัดสินใจแต่งงานเลยแล้วกัน


คำถาม รูปแบบงานแต่งงานจะออกมาเป็นอย่างไร?

เอ๊ะ ยังไม่ได้คิดเลยค่ะว่าจะเป็นอย่างไร เพราะอย่างที่บอกคือทำหลายอย่างมาก และต้องแบ่งเวลามาจัดงานในส่วนของรายละเอียดต่าง ๆ เขาก็ช่วยอะไรเรามากไม่ได้เพราะไม่ใช่คนไทย เขาไม่รู้ที่จะติดต่ออะไร กับใคร มันก็จะหนักมาที่เราหมด แต่ยังไม่ค่อยเป็นรูปเป็นร่างเท่าไร ทุกคนในครอบครัวก็ช่วย ๆ กันค่ะ งานแต่งงานยังไม่มีคอนเซปต์นะคะ เอ๊ะยังไม่ได้คิดว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เอ๊ะแค่อยากให้เป็นวันที่มีแต่คนที่เรารักเขา และเขาก็รักเรามาในงานวันนั้น คงไม่ใช่หว่านเชิญทุกคนมาหมด ต้องเป็นคนที่มีความสำคัญกับเราจริง ๆ

คำถาม เล่าวินาทีที่เขาขอแต่งงานให้ฟังหน่อยสิ?

เอ๊ะ มันไม่ได้มีการขอแต่งงานค่ะ เขาไม่ใช่คนโรแมนติก แต่เป็นคนน่ารักโดยธรรมชาติ ไม่มีการเซอร์ไพร้ส์ใด ๆ มันเลยเป็นการคุยกันมากกว่า เช่น คิดว่าเราจะมีลูกอายุเท่าไร เราไม่ควรมีลูกตอนอายุเกิน 36 นะ ถ้าอย่างงั้นก็ต้องแต่งเลยสิ เดี๋ยวไม่ทัน (หัวเราะ)

คำถาม วางแผนหลังจากแต่งงานไว้อย่างไรบ้าง?

เอ๊ะ ไม่ได้วางแผนอะไรนอกจากเรื่องลูกค่ะ คือเราเตรียมความพร้อมในการมีลูก ส่วนเรื่องวันข้างหน้ามันวางแผนยาก ด้วยหน้าที่การงานของเขาเอง ถ้าอยากเลื่อนขั้นมันก็ต้องย้ายที่ เราก็ไม่รู้ว่าตำแหน่งที่เขาจะไปมันอยู่ที่ประเทศไหนในโลกนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงยังวางแผนไม่ได้ว่าอีก 3 ปีเราจะไปประเทศนี้นะ คือถ้าตำแหน่งนี้ในประเทศนั้นมันไม่ว่าง ก็คงไม่มีโอกาสได้ไป เพราะฉะนั้นการวางแผนมันขึ้นอยู่กับงานของเขาด้วยค่ะ


คำถาม แสดงว่าเอ๊ะพร้อมที่จะย้ายตามเขาใช่ไหม?

เอ๊ะ ถ้าวันที่เราเป็นครอบครัวกันแล้ว เราก็ต้องไปด้วยกันค่ะ เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน งานทางนี้คงต้องหยุด แต่เรายังไม่รู้จริง ๆ ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นั่นกี่เดือน ที่โน่นกี่เดือน

คำถาม มุมมองความรักของเอ๊ะเปลี่ยนไปจากเดิมไหม?

เอ๊ะ เอ๊ะมองความรักไม่ใช่แค่เรื่องหนุ่มสาวค่ะ มองว่าความรักที่สำคัญที่สุดคือครอบครัว สิ่งหนึ่งซึ่งไม่เคยเปลี่ยนเลยคือมุมมองเรื่องนี้ เพราะครอบครัวทำให้เราเป็นเรา ทำให้เราเข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ เป้าหมายในชีวิตของเอ๊ะก็คือครอบครัวนี่แหละค่ะ บางคนวางเป้าหมายที่ความมีชื่อเสียง มีเงินทองเยอะแยะ เอ๊ะไม่ได้มองว่าเรื่องนั้นสำคัญที่สุด เอ๊ะมองว่าการที่เรามีครอบครัวที่แข็งแรง มันคือการสร้างบุคลากรที่ดีให้แก่สังคมด้วย


คำถาม ทำไมถึงอยากมีลูก?

เอ๊ะ เพราะเอ๊ะโตมาในครอบ ครัวที่ดีมั้งคะ เลยเหมือนอยากส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ด้วยการอบรมเลี้ยงดูดี ๆ เพราะทุกวันนี้ปัญหาสังคมเยอะมาก ทุกปัญหามัน มาจากครอบครัว การที่ครอบ ครัวแตกแยก แม่ไม่พร้อม พ่อไม่พร้อม แล้วก็มีลูก และไม่ใส่ใจดูแลอบรมเขา ให้เขาเป็นคนดีในสังคม มันเลยเป็นปัญหาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่มองว่านี่คือปัญหาที่ใหญ่นะ มันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆเอ๊ะคิดว่าถ้าเรามีครอบครัวที่ดี เราอยากอบรมสั่งสอนให้มีคนที่ดีออกมา แต่ก็คงจะเหนื่อยนะกับการที่ต้องเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่และเป็นคนดีด้วย มองอีกมุมหนึ่งมันเป็นของขวัญจากพระเจ้านะ เพราะเรามีโอกาสได้เป็นแม่คน เป็นประสบการณ์บางอย่างที่หลายคนอธิบายไม่ได้ว่าคืออะไร เอ๊ะว่านี่คือประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ชีวิตก็มีอยู่แค่นี้ ทำไมเราจะไม่อยากมีประสบการณ์แบบนั้นล่ะคะ

พูดคุยกันมาตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าเอ๊ะดูยิ้มและมีความสุขตลอดเวลา “บันเทิงเดลินิวส์” ก็ขออวยพรล่วงหน้า ให้สาวเอ๊ะและหนุ่มดอมมีความสุขกับชีวิตคู่ และมีลูกที่น่ารัก เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ดังที่ทั้งคู่หวังไว้นะจ๊ะ.


* ดูประวัติ เอ๊ะ-ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์

* ดูอัลบั้ม เอ๊ะ-ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์


 
 

Box Office

เรื่อง
ล่าสุด
รวม
1.
2.
3.
4.
5.
เรื่อง
ล่าสุด
รวม
1.
2.
3.
4.
5.

บทสัมภาษณ์ทั้งหมด

 
ยังไม่มีข้อมูล
หน้าแรกย้อนกลับ [ 1 ] หน้าถัดไปหน้าสุดท้าย
 
 

ติดตามหนังดี : Youtube Instagram Facebook Twitter  

MMM Digital Asset Co.,Ltd.
109 อาคารซีซีที ชั้น 2 ถนนสุรวงศ์
แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
Tel. 0-2234-7535    FAX. 0-2634-4269
E-mail: webmaster@nangdee.com   © 2006 nangdee.com
แผนที่ | sitemap | ติดต่อโฆษณา