ข่าว > ข่าวดาราทั้งหมด > ข่าวดาราเทศ

นิโคลัส เคจ ยืนยันชีวิตจริงกับบทบาทใน The Unbearable Weight of Massive Talent ต่างกันสิ้นเชิง

13 พ.ค. 2565 22:18 น. | เปิดอ่าน 948 | แสดงความคิดเห็น
แชร์หน้านี้ แชร์หน้านี้
 

 

เตรียมเดือดทะลุองศาร้อน ด้วยดีกรีความบ้าของซุปตาร์แถวหน้าของโลก "นิโคลัส เคจ" ที่ขอคืนจอรับบทเป็นตัวเอง หลังจากที่เคยฝากผลงานผ่านคาแรกเตอร์ต่างๆมาแล้วมากมาย ในปีนี้คอหนังทั่วโลกเตรียมระเบิดเสียงฮา พร้อมเปิดประสบการณ์รับความบันเทิงแบบเต็มขั้นเมื่อ นิค เคจ ครั้งไหนก็ไม่สุดเท่า "นิค ฟักกลิ้ง เคจ" ในหนังแอ็กชันสุดแหวกแห่งปี "The Unbearable Weight of Massive Talent ข้านี่แหละนิค "ฟักกลิ้ง" เคจ"
 
ความป่วนระดับโลกเกิดขึ้นเมื่อ "นิโคลัส เคจ" ดาราฮอลลีวูดตัวพ่อ ตกลงปลงใจมารับบทเป็นตัวเองในเวอร์ชั่น "นิค เคจ" นักแสดงขาลง ที่กำลังตกอับขั้นสุด ไม่มีงานจ้าง ไม่มีเงินจ่ายหนี้สิน จนกระทั่งเมื่อ ผู้จัดการส่วนตัว (นีล แพทริค แฮร์ริส) เสนอให้รับงานเอนฯในปาร์ตี้วันเกิดของ ฮาวี่ (เพโดร ปาสคาล) แฟนคลับยง ด้วยค่าจ้างถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ!!! เขาจึงจำใจต้องรับงานนี้เพื่อปลดหนี้ทั้งหมด แต่เหตุการณ์กลับวายป่วง เมื่อแฟนคลับมหาเศรษฐีชาวเม็กซิกันคนนี้ กลับเป็นบุคคลอันตรายที่ CIA หมายหัว จากงานเอนเตอร์เทนสุดหรูกลายเป็นภารกิจสายลับจับแฟนคลับมาเฟีย ซึ่งเคจได้พูดถึงบทบาทครั้งใหม่ในครั้งนี้ว่า
 
 
คุณรู้สึกยังไงบ้างครั้งแรกที่ได้ยินไอเดียหนังเรื่องนี้?
ในตอนแรกผมไม่อยากมีส่วนร่วมใด ๆ ทั้งสิ้น แต่พอผมได้อ่านจดหมายของ ทอม กอร์มิแคน (ผู้กำกับ) ผมคิดว่า โอเค เขาไม่ได้แค่อยากล้อความเป็น นิค เคจ เขาสนใจผลงานในยุคนั้นของผมจริงๆ เขาอยากนำฉากในความทรงจำที่ผมเคยฝากไว้กลับมากอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นฉากใต้สระน้ำใน Leaving Las Vegas หรือตอนที่ผมใช้ปืนทองใน Face/Off 
 
ผมให้ทอมเป็นมันสมองของเรื่องนี้ เพราะเขาเต็มไปด้วยไอเดีย เป็นคนฉลาดมาก แน่นอนว่าเขาใช้สมองทำงานได้เฉียบสุดๆและเขามีความคิดดี ๆ เกี่ยวกับผม บางอันมันฮามาก และงานของผมในฐานะนักแสดง คือถ่ายทอดจินตนาการของผู้กำกับออกมาแต่ส่วนใหญ่แล้วมันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของผม ผมเหมือนเล่นเป็นตัวละครที่ชื่อนิค เคจ ในหนังคือตัวละครสมมุติ เขาเป็นดาราดังที่กำลังตกอับ พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองกลับมาเป็นดาราแนวหน้าอีกครั้ง แต่ปัญหาใหญ่ที่เขาต้องรับมือเป็นอย่างแรกคือความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขาและภรรยาเก่า โอลิเวีย (ชารอน ฮอร์แกน) รวมถึงลูกสาว แอ็ดดี้ (ลิลี่ ชีน) กำลังแตกสลายโดยที่เขาไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ นิค เคจในหนังมาจากจินตนาการของทอม เขาคลั่ง เพี้ยน เดือดจัด ต่างกับตัวผมในทุกวันนี้เลย แต่ทอมบอกว่านั่นคือนิค เคจเวอร์ชันที่จะมอบความบันเทิงให้แฟน ๆ ได้ดีที่สุด
 
จุดที่ผมชอบมากแต่เสียดายที่มันอาจโดนตัดออกไปแล้ว คือซีเควนซ์ที่ตัวละคร นิค เคจ รำลึกบทต่าง ๆ ที่ผ่านมาของเขาผ่านสไตล์การเล่าเรื่องแบบ German expressionism เป็นขาวดำ เหมือนหนังอย่าง The Cabinet of Doctor Caligari คุณจะได้เห็นฉากซิ่งรถมัสแตงจาก Gone in 60 Seconds ได้เห็นตัวละครของผมจากเรื่อง Leaving Las Vegas ในห้องโรงแรม 
 
ผมชอบตัวละคร นิคกี้ มาก ๆ นิคกี้คือตัวผมตอนหนุ่ม ๆ ตอนแรกเราคืดว่าจะให้เขาลุคเหมือน คาเมรอน โป ใน Con Air แต่นั่นไม่ใช่ผมเลย ลองเทียบกับตอนที่ผมไปออกรายกายทอล์กโชว์ The Wogan Show ที่อังกฤษตอนโปรโมตเรื่อง Wild at Heart นั่นใช่ผมมากกว่า หมอนั่นมันคลั่ง, ไม่สนโลก, โคตรยโส ตัวผมในเวอร์ชันนั้นแหละที่เหมาะกับเป็นคู่ปรับของผมในปัจจุบันที่สุด 
 
 
ใครก็ตามที่ดูหนังเรื่องนี้คงสงสัยว่าตัวคุณในหนัง กับตัวตนของคุณในชีวิตจริงแตกต่างกันยังไง?
ต่างกันสิ้นเชิง ผมไม่มีทางทิ้งครอบครัวไปพบใครก็ไม่รู้เพื่อเงินหรอก สำหรับผมครอบครัวคืออันดับหนึ่ง ที่ผ่านมาผมยอมทิ้งบทที่จะสร้างชื่อให้พบมากมายก็เพราะครอบครัว ตอนที่ผมจัดการเรื่องหย่า (เมื่อปี 2001 กับ แพทริเซีย อาร์เควตต์)  ผมไม่อยากทิ้งลูกชายไปถ่าย The Lord of the Rings ที่นิวซีแลนด์ตั้งสามปี หรือตอนที่ผมปฏิเสธบทนำใน The Matrix ผมเลือกที่จะอยู่กับลูกชายที่ LA เหมือนเดิมไม่มีผมเวอร์ชันไหนในจักรวาลไหนที่นิโคลัส เคจ ไม่ใช้เวลากับลูก ๆ แต่เพราะหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับนักแสดงที่เห็นอาชีพตัวเองสำคัญอันดับหนึ่ง และพยายามกู้ชื่อของเขาคืนมาเขาไม่ได้ใช้เวลากับลูกสาวเหมือนที่เขาควรจะทำซึ่งผู้กำกับบอกว่า ตัวละครมีพัฒนาการ ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อจะเป็นคนที่ดีขึ้น จนถึงจุดที่สามารถเลือกที่จะใช้เวลากับลูกสาว รับบทโดย ลิลี่ ชีน แทนที่จะโหยหาชื่อเสียง เอาแต่เล่นหนังนั่นคือข้อแตกต่างสำคัญระหว่างผมตัวจริงและผมในหนัง
 
แต่ทอมบอกว่า นี่มันเป็นหนัง เราพยายามจะเล่าเรื่องของตัวละครที่มีการเติบโตทางความคิด ซึ่งผมเข้าใจนะ แต่คงต้องบอกก่อนว่าตัวผมในชีวิตจริงกับในหนังมันต่างกันมาก ผมยังบอกกับทอมด้วยว่า ผมไม่ได้ใช้คำหยาบเยอะขนาดนั้น ในหนังเขาเขียนใหัผมแจกฟักเป็นว่าเล่น เขาบอกผมว่า นิค เคจ ที่เสียสติคือ นิค เคจ ที่มันส์ที่สุด ชีวิตประจำวันของผมก็แค่อ่านหนังสือ เล่นกับแมว แต่ถ้านั่นมาทำเป็นหนังคงน่าเบื่อจนไม่มีใครอยากดู
 
  
กลายเป็นว่านักแสดงที่มารับบทฮาวี่ อย่าง เพโดร ปาสคาล ก็เป็นแฟนพันธุ์แท้นิค เคจ
ทอมกับผมนัดทานมื้อกลางวันกับเพโดร เหตุผลที่ทำให้เราเลือกเขา เพราะนอกจากที่เขาจะเป็นนักแสดงขั้นเทพแล้ว เขาก็ยังชื่นชอบผลงานของนิคมาก เขาลงล็อกทุกอย่าง
 
ซีนที่คุณอยากพูดถึงในมุมของความตลกสำหรับคุณ
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกคือ ทอม มอบอารมณ์ขันให้หนังเยอะมาก เขาเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เขานำทางให้ผมไปในจุดที่ผมไม่คิดว่ามันจะตลก แต่กลายเป็นว่ามันออกมาฮาสุด ๆ หนึ่งในนั้นคือซีนที่ผมเล่นเปียโนในงานวันเกิด นั่นคือซีนที่จำกัดความการเป็นพ่อที่ไม่เอาไหน แต่ทำไมมันออกมาฮาขนาดนั้นก็ไม่รู้ผมฟังสิ่งที่เขาพูด ผมคิดว่าเราร่วมสร้างสรรค์กันได้เข้าขา ผมพอใจกับผลที่ออกมามากสิ่งที่เรามีเหมือนกันเหรอสองสิ่งแรกที่นึกออกเลย คือความรักในภาพยนตร์ซึ่งมันมีหลายซีนในหนังที่ฮาวี่ ตัวละครของเพโดร กับตัวละครของผมคุยกันเรื่องหนัง มันเหมือนมีอะไรสปาร์กขึ้นจริง ๆ ในซีนหรือในบทพูดนั้นมันสมจริงมาก ๆ
 
 
นิค เคจ ในหนังมาถึงจุดตกอับของอาชีพ แล้วตัวคุณเองล่ะ รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันไหม แม้ว่าจะมีงานที่ประสบความสำเร็จมาแล้วนับไม่ถ้วนในอดีต คุณรู้สึกว่าต้องการกลับไปอยู่จุดนั้นอีกครั้งหรือไม่?
ที่น่าขำคือตอนที่ Pig ออกฉาย มันไม่ได้โดนใจแค่แฟนหนังอินดี้ แต่โดนแฟนวงกว้างด้วย ผมโทรบอกทอมว่า เราคงต้องแก้บทกันใหม่แล้ว ผมเริ่มศึกษาปรัชญา เลิกไปงานแจกรางวัลเพื่อนำเสนอตัวเอง ผมตัดสินใจทำงานเพื่อเติมเต็มมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมีหนังอย่าง Sorcerer’s Apprentice, Ghost Rider หรือ Drive ที่แป้กสามเรื่องติด ทั้งสองอย่างมันเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน
 
แต่ผมจำได้ว่าเสียงโทรศัพท์ผมดังตลอดนะ ผมแค่กลับไปยังรากเดิมของผมซึ่งคือหนังนอกกระแส ถ้าคุณย้อนกลับไปดูตลอดเส้นทางนักแสดง 43 ปี หนังของผมทำรายได้รวมเกือบหกพันล้านเหรียญ หนังแป๊กแค่สามเรื่องไม่ได้ทำให้ชื่อคุณหายไปจากวงการหรอก
 
 
คุณเคยบอกว่าคุณชอบทำงาน คำถามของเราคือคุณไม่ชอบอยู่ว่าง ๆ เหรอ?
เป็นคำถามที่ดีนะ ตอนที่ผมโดนฟ้องล้มละลาย ผมตัดสินใจใช้การทำงานหาเงินมาแก้ปัญหา แต่ผมก็รับแต่งานที่ผมรู้สึกว่าผมสามารถมอบบางสิ่งให้ได้นะ ผมปัดผจก.ไปหลายงาน แต่ผมว่าการทำงานอย่างต่อเนื่องทำให้ผมเป็นนักแสดงที่เก่งขึ้น
 
ผมมีชุดความคิดที่ว่า ผมไม่ได้มีอาชีพ ผมมีแค่งาน ที่ผมคิดแบบนั้นคือผมเป็นคนที่ดีกว่าเวลาทำงาน เพราะผมไม่อยากเป็นคนที่นั่งจิบไหมไทอยู่ริมสระไปวัน ๆ มันกระตุ้นให้ผมดูแลตัวเอง ตื่นขึ้นมาวิ่ง, ยกเวท, ดูข่าว ชีวิตผมดีเสมอเวลามีถ่ายงาน
 
ถ้าคุณไม่ได้รับบทเป็นตัวคุณเอง คุณอยากให้ใครมารับบทนี้
ผมว่าจีน ไวล์เดอร์ จะแสดงฝีมือสุดยอดในหนังเรื่องนี้  ผมยอมจ่ายเงินไปดูเลยล่ะ อันที่จริงตอนแรกไม่แน่ใจนักว่าอยากรับบทเป็นตัวละครที่เป็นชื่อผมเอง ผมไม่อยากเล่นอะไรที่เหมือนโชว์ตลกของ Saturday Night Live แต่พอผมได้อ่านจดหมายของผู้กำกับ ทอม กอร์มิแคน ผมตระหนักได้ทันทีว่าเขาเป็นคนรักหนัง เขาคลั่งไคล้งานของผมจริง ๆ
 
 
เตรียมพบกับภารกิจสุดป่วนและผลงานสุดปั่นเรื่องล่าสุดของ นิค เคจ ในผลงานแอ็กชันมันส์ฮา The Unbearable Weight of Massive Talent ข้านี่แหละนิค "ฟักกลิ้ง" เคจ 19 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
 
 
: นิโคลัส เคจ, The Unbearable Weight of Massive Talent, ข้านี่แหละ นิค "ฟักกลิ้ง" เคจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • อดัม วิงการ์ด ยืนยันอีกเสียง Face/Off 2 คือภาคต่อจากหนังเมื่อ 25 ปีที่แล้ว!
  • รีวิวจัดเต็ม นี่คือหนังที่ เจ๋ง เกรียน ป่วนที่สุด The Unbearable Weight of Massive Talent
  • ก่อนจะหลุด พี่เคยสุดมาก่อน! กับโคตรหนังของ "นิค เคจ" หนึ่งในตำนานฮอลลีวูดที่ 30 เพจหนังโหวตมาแล้วว่า "โคตรรัก"
  • ส่องบทบาทโคตรพีกของ นิโคลัส เคจ ที่เป็นทุกอย่างให้ฮอลลีวูดแล้ว ก่อนพบ The Unbearable Weight of Massive Talent
  • เกรียนสนั่น นิโคลัส เคจ - เพโดร ปาสคาล กับภารกิจเสี่ยงตายที่โลกต้องจำ The Unbearable Weight of Massive Talent
  •  
     
     
    ร่วมแสดงความคิดเห็น
     
    ชื่อ :
     
    ความคิดเห็น :