| ดเวย์น จอห์นสัน ได้สร้างตัวละครฮีโรนักบู๊คนใหม่ให้เกิดขึ้นใน Race to Witch Mountain ด้วยการรับบทคนขับแท็กซี่ผู้ตกอับในลาสเวกัส ชีวิตของเขาต้องเผชิญกับความวุ่นวายจากต่างดาวด้วยฝีมือของมนุษย์ต่างดาววัยรุ่นสองคน การกลับมาสู่แอ็กชันเพียวๆ นี้เป็นสิ่งที่พระเอกมากความสามารถผู้นี้คุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยผลงานล่าสุดของเขาคือภาพยนตร์ฮิตในบ็อกซ์ออฟฟิศเรื่อง The Game Plan และ Get Smart โดยเขายังคงแสดงความสามารถในการกะจังหวะแสดงตลกได้อย่างเหมาะเหม็งรวมไปถึงความสามารถในการเข้าถึงผู้ชมของเขาทั้งในอเมริกาและทั่วโลก
จอห์นสันเกิดในครอบครัวของเอนเตอร์เทนเนอร์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร เขามีโอกาสที่จะพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับการแสดงสดจากการได้ดูทั้งพ่อและปู่ของเขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในวงการมวยปล้ำอาชีพ การเฝ้าดูพวกเขาตระเวนแสดงทั่วประเทศทำให้จอห์นสันได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่ไม่เหมือนใคร หลังจากที่ย้ายไปเพนซิลเวเนียเมื่อเขาก้าวเข้าสู่ช่วงอายุวัยรุ่นตอนปลาย จอห์นสันก็ทุ่มเทความเป็นนักกีฬาตามธรรมชาติของเขาไปกับการเล่นฟุตบอล และทำให้มหาวิทยาลัยไมอามีสนใจในตัวเขา เมื่อได้รับทุนการศึกษาฟุตบอล จอห์นสันก็ได้เข้าร่วมหลักสูตรฟุตบอล และร่วมคว้ารางวัลแชมป์ทั่วประเทศกับทีมได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 1991 หลังจากที่ลงเล่นชิงแชมป์ทั่วประเทศอีกครั้งในปี 1992 จอห์นสันก็ยุติอาชีพนักฟุตบอลที่เจิดจรัสของเขาด้วยการลงแข่งในการชิงแชมป์ทั่วประเทศในปี 1995 กับมหาวิทยาลัยเนบราสก้าในโอเรนจ์ บอล
หลังจากสำเร็จการศึกษา จอห์นสันก็ได้ใช้ประโยชน์จากแรงขับดันและวินัยของตัวเองในการเปลี่ยนความรักที่เขามีต่อความบันเทิงให้กลายเป็นอาชีพที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขา ดเวย์นได้เดินตามรอยเท้าของปู่และพ่อของเขา และใช้บทเรียนที่ผ่านมาในชีวิตของเขาเองให้เป็นประโยชน์เพื่อสร้างตัวละครที่ชื่อ เดอะ ร็อค ขึ้นมา จอห์นสันได้แสดงเพื่อแฟนๆ กว่า 10 ล้านคนต่อสัปดาห์ทางโทรทัศน์ รวมไปถึงผู้ชมในอเมริกาและต่างประเทศที่ชมการแสดงของเขาสดๆ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 70,000 คน จอห์นสันมักสร้างปรากฏการณ์ขายบัตรหมดในสถานที่จัดแสดงชื่อดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเดอะ ฮูสตัน แอสโทรโดม, เมดิสัน สแควร์และหอคอยโตรอนโต สกาย ในฐานะ เดอะ ร็อค ดเวย์นได้ประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขากลายเป็นนักเขียนเจ้าของผลงานเบสต์เซลเลอร์ในลิสต์ของนิวยอร์ก ไทม์ จากหนังสืออัตชีวประวัติเรื่อง The Rock Says และยังเป็นศิลปินเจ้าของยอดขายแพลตินัมจากซีดีรวมฮิตเวิล์ด เรสลิง เอนเตอร์เทนเมนต์ ที่เขาร่วมงานกับศิลปินมากมาย รวมถึงไวเคลฟ จีน เจ้าของรางวัลแกรมมี อวอร์ด
ในการไล่ตามความฝันในการขยายสื่อในการให้ความบันเทิงของเขาออกไป จอห์นสันได้ขยับจากจอแก้วก้าวสู่จอเงิน ด้วยกรรับบทชาย/พระเจ้าชาวอียิปต์ ราชันย์แมงป่องในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ปี 2001 เรื่อง The Mummy Returns ซึ่งนำไปสู่การรับบทนำเป็นครั้งแรกใน The Scorpion King ในปี 2002 ความสำเร็จจากภาพยนตร์เรื่องนั้นทำให้เขาได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องเช่น The Rundown (ในบทนักล่าฆ่าหัวที่รู้สึกผิดที่ผิดทางในเซาธ์ อเมริกา), Walking Tall (ในบทฮีโรจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย ผู้ปกป้องบ้านเกิดของเขาจากพวกค้ายา) และ Gridiron Gang (ในบทเจ้าหน้าที่คุมควมประพฤติผู้เข้มงวดแต่ก็เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มนักโทษวัยรุ่น) นอกจากนี้ เขายังได้ฝากผลงานที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ในภาพยนตร์ฮิตเรื่อง Be Cool ในบทบอดี้การ์ดเกย์สีสันฉูดฉาด ซาโมนอีกด้วย
จอห์นสัน ผู้เป็นที่รู้จักดีจากการทำบุญทั่วโลก จอห์นสันมักจะได้รับการยกย่องจากสิ่งที่เขาทำเพื่อเด็กๆ และประเด็นเกี่ยวกับเด็กๆ ล่าสุด เขาได้รับรางวัล 2008 คองเกรสชันแนล ฮอไรซัน อวอร์ดจากความอุตสาหะของเขา ในปี 2006 ดเวย์นได้ก่อตั้งมูลนิธิเดอะ ร็อคขึ้นเพื่อให้การศึกษา ให้พลัง และสร้างแรงจูงใจให้กับเด็กๆ ทั่วโลกผ่านทางการศึกษา สุขภาพและความสมบูรณ์ทางร่างกาย จนถึงปัจจุบัน มูลนิธิแห่งนี้ได้ช่วยเหลือเด็กๆ หลายพันคนทั่วโลก
เขาจะกลับไปแสดงภาพยนตร์คอเมดีสำหรับครอบครัวฟอร์มยักษ์อีกครั้งในช่วงเทศกาลวันหยุด และหลังจากนี้ เขาจะได้รับบทนักฮ็อคกี้อาชีพผู้หยิ่งทะนง ผู้มักจะทำลายความฝันของเด็กๆ และถูกดินแดนเทพยดาบังคับให้สวมชุดฟูฟ่อง ถือไม้คทาและติดปีกนางฟ้าในฐานะ นางฟ้าฟันน้ำนม
นอกจากนี้ เขายังได้พากย์เสียงนักบินอวกาศกัปตัน ชาร์ลส์ เบเกอร์ในภาพยนตร์อนิเมชันผจญภัยเรื่อง Planet 51 ที่จะลงโรงในช่วงเทศกาลวันหยุดที่จะถึงนี้เช่นกัน |