Top
หญิง รฐา


      'หญิง รฐา โพธิ์งาม' กับบท “คุณบุญเลื่อง” ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ในภาพยนตร์
'จันดารา ปฐมบท'



คำถาม
บทบาท-คาแร็คเตอร์?

หญิง รฐา
“คุณบุญเลื่อง” ในครั้งนี้เนี่ย เราจะนำเสนอในเรื่องของการที่เป็นผู้หญิงอยู่ต่างประเทศ ก็คือครอบครัวเนี่ยเป็นครอบครัวที่ทำธุรกิจ และตัวคุณบุญเลื่องก็ถูกส่งให้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ และก็ที่ฝรั่งเศสตั้งแต่เด็ก ดังนั้นการตีความในครั้งนี้ก็จะเป็นค่อนข้างที่จะเป็นผู้หญิงหัวทันสมัย และก็ค่อนข้างที่จะรักศิลปะไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการวาดภาพ ในเรื่องของการฟังเพลงร้องเพลง หรือว่าแม้แต่กระทั่งมองความงามของสรีระมนุษย์เนี่ยก็จะมองเป็นเรื่องของศิลปะส่วนใหญ่ค่ะ

คำถาม ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าหม่อมน้อยเลือกให้แสดงบทนี้?

หญิง รฐา ตอนแรกที่หญิงรู้ว่าได้รับบทนี้ก็รู้สึกดีใจมากค่ะที่หม่อมน้อยเชื่อมั่นว่าเราแสดงได้ แต่ก็ตื่นเต้นและกังวลด้วยเพราะเป็นหนังไทยเรื่องแรกในชีวิตก็ได้รับบทใหญ่นี้เลย หญิงฝันมาตลอดว่าอยากเล่นพีเรียด พอรู้ว่าได้เล่นก็ดีใจมาก บอกตัวเองว่าจะพยายามทำให้ดี จะไม่ปิดกั้นตัวละคร และจะทำให้เต็มที่ในทุกๆ ฉาก แต่ด้วยตัวบทที่ ค่อนข้างแรงบวกกับอีโรติกนะคะ ตอนแรกที่ทราบก็ยังหาคำตอบอยู่ว่าจะเป็นคุณบุญเลื่องยังไงในรูปแบบไหน จนกระทั่งได้มาเวิร์คช้อปกับทางหม่อมน้อยก็เริ่มเข้าใจตัวละครมากขึ้น และก็ได้มองตัวละครตัวนี้ผ่านตัวเองในมุมของที่เราเป็นศิลปินอยู่แล้วค่ะ แต่ก็จะบวกในเรื่องของความอีโรติกเข้าไปด้วย คือบางเรื่องที่เรายังไม่ค่อยเข้าใจก็ต้องถามหม่อมให้แน่ใจให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

คำถาม
การเตรียมตัวก่อนการถ่ายทำ ?

หญิง รฐา แรกๆ เลยเราก็มีการอ่านบทก่อนนะคะ แล้วก็หม่อมก็จะถามว่าคิดว่าคุณบุญเลื่องในความคิดหญิงเป็นยังไง ต้องบอกว่าครั้งแรกที่เข้าไปหาหม่อม ก็คือเราอาจจะถูกคนพูดมาเยอะค่ะว่าเรายังอายุไม่น่าจะถึง เราก็เลยเข้าไปแบบอายุมากเลย พูดแบบอายุมากและช้าๆ เพราะว่าเราถูกความคิดรอบด้านทำให้รู้สึกว่าเรายังอายุน้อยเกินไปที่จะเป็นคุณบุญเลื่อง แต่พอสักพักนึงเหมือนเราหากันอยู่สักพักใหญ่ๆ มีอยู่วันหนึ่งหม่อมก็เลยถามหญิงตรงๆ ว่าทำไมถึงแบบเล่นช้า หญิงก็เลยตอบตามความเข้าใจของหญิง ณ ตอนนั้น อายุมากก็คงช้ามีความเป็นผู้ใหญ่ พอมีความเป็นผู้ใหญ่ปุ๊บทุกอย่างในชีวิตมันต้องอยู่ในจังหวะที่ช้า มันต้องนิ่งๆ แต่หม่อมก็บอกว่า จริงๆ คุณบุญเลื่องเป็นผู้หญิงที่เรียนจบเมืองนอก แบบจบอาร์ตมา หญิงลองจินตนาการดูว่าผู้หญิงที่เขาเป็นฝรั่งเนี่ยเขาแก่หรือเปล่า ไม่แก่ มาดอนน่าไม่แก่ต่อให้ห้าสิบไปแล้ว โอเค...หน้าตาอาจจะแก่ แต่ในตัวเขาอินเนอร์เขายังไม่แก่ ไม่ต้องถึงขั้นฝรั่งผู้หญิงในโลกทุกคนไม่มีใครอยากแก่ ดังนั้นไม่มีใครที่อยากให้เดินเข้ามาแล้วบอกว่าฉันแก่ หม่อมก็เลยให้หญิงปรับความเข้าใจใหม่ คือด้วยเสื้อผ้า หน้าผม มันจะช่วยให้หญิงดูอายุมากเอง แต่ว่าให้หญิงปรับเลย ให้ลืมเรื่องอายุไปได้เลย ก็เล่นเป็นคุณบุญเลื่องในความคิดของเราที่น่าจะเป็น ก็เลยลืมเรื่องอายุไปเลย ตั้งแต่วันนั้นก็เปลี่ยนความคิดเป็นคุณบุญเลื่องในแบบที่เราเข้าใจ ก็คือคุณบุญเลื่องที่จบในวัยต่างประเทศ ชีวิตอยู่กับฝรั่งซะส่วนใหญ่ เก่งในด้านธุรกิจ ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างคล่อง แล้วก็ไม่ช้า เป็นคนฉลาดและก็มีบุคลิกที่ดี มีความภูมิฐานค่ะ


คำถาม
ความยากง่ายในการรับบทนี้

หญิง รฐา
ถามว่ายากก็ยากมากค่ะ เพราะว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกและก็ได้มีโอกาสที่ทำงานกับหม่อมซึ่งเก่งมากๆ ถือว่าเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิต เพราะว่าก่อนที่จะถ่ายทำ ได้เข้าไปเรียนกับหม่อมซึ่งยังไม่เคยได้เรียนการแสดงแบบนี้ที่ไหน รู้สึกรักอาชีพนี้ขึ้นค่ะ เพราะหญิงรู้สึกว่าหม่อมไม่ได้สอนหญิงแค่แสดง หม่อมสอนให้หญิงเป็นนักแสดงที่ดี ดังนั้นพอความคิดเราถูกใส่สิ่งที่ดีเข้าไป พอเรารู้สึกว่าเราจะเข้าไปในฉาก หญิงก็จะถามทีมงานตลอดว่า บางครั้งที่เราสับสนในบทเราก็จะถามหม่อมว่าครอบครัวคุณบุญเลื่องเขาทำอะไร เขาเป็นนักธุรกิจ หญิงถึงขั้นคิดว่าครอบครัวคุณบุญเลื่องคงไม่มีเวลาอยู่กับคุณบุญเลื่องมากหรอกนะ พ่อแม่เป็นนักธุรกิจไง ชีวิตก็เลยฟรีมากไง นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าคุณบุญเลื่องอยากทำอะไรก็ทำ รักศิลปะ  เขาอาจจะเป็นผู้หญิงที่เปรี้ยวมากก็ได้ในตะวันตก คืออาจจะเป็นคนเอเชียคนหนึ่งที่เปรี้ยวมากๆ ในช่วงวัยรุ่น เขาถึงไม่มีกรอบในชีวิต เขาเหมือนมองชีวิตเป็นอิสระไปซะทุกอย่าง เนี่ยตีความกันถึงขนาดนี้ ทั้งที่ในเรื่องราวไม่มีส่วนที่จะเล่าถึงครอบครัวคุณบุญเลื่องเลย รู้แค่ว่าเป็นครอบครัวนักธุรกิจแค่นั้นเอง

หญิงก็เลยรู้สึกว่าให้อะไรเราเยอะ แล้วงานหลังๆ ที่เริ่มเรียนกับหม่อมมา หญิงก็จะคิดอย่างนี้ตลอดว่าตัวละครตัวนี้มีที่มายังไง ถ้ามองไปถึงพ่อแม่เขาจะเป็นยังไง ความยากของมันก็คือพอเราคิดเยอะปุ๊บ บางครั้งมันเยอะซะจนเหมือนเราจะเสนอออกมาในรูปแบบไหนดี แต่ว่าหม่อมจะคอยบอกตลอดว่าได้อีกหรือว่าน้อยเกินไป หรือบางทีเราจะสังเกตได้จากสีหน้าและอารมณ์ของหม่อมเองว่าเทคนี้ยังๆ อย่างนี้ คือเราก็พยายามมองว่าการ ทำงานสำหรับในกองถ่ายเรื่องนี้นะคะ มันเป็นเรื่องของการทำงานของคนในกลุ่มที่แบบน่ารักมาก เพราะว่าเราจะ สามารถเห็นได้เลยว่าเหมือนหม่อมอยากได้อะไรเพิ่มเราก็จะถามเลยว่าหญิงโอเคหรือยัง หม่อมอยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ หรือว่าต้องการให้เป็นแบบไหน หญิงตีความอย่างนี้ถูกหรือเปล่า เพราะว่าการตีความของตัวละครบางคนแค่ความโกรธมันก็ไม่เท่ากันแหละ ดังนั้นหญิงถึงยึดหลักว่าหญิงเอามุมมองของผู้กำกับเป็นหลัก และหญิงเอาของเราไปเสริม และบางทีถ้าเล่นเป็นเรามากไป บางทีด้วยตัวละครทั้งเรื่องมันจะมีความแตกต่างกันจนมันไม่กลมกลืนกัน เราก็รู้สึกว่ามันยากที่จุดนั้นเพราะตัวละครเรื่องนี้เยอะมาก แต่ละคนก็รับผิดชอบในตัวละครสูง เพราะว่าต้องเล่นตั้งแต่เด็กจนโตของหญิงเองก็วัยกลางคนถึงแก่ จนแบบว่าเรียกได้ว่าแต่ละคนถือแค่คาแร็คเตอร์ตัวเองทำความเข้าใจก็ยากแล้ว แต่ความโชคดีของตัวละครทุกตัวคือเวลาเล่นด้วยกันแล้วเรารู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัว แม้กระทั่งหญิงกับพี่เจี๊ยบเองเล่นก็ยังรู้สึกว่าเขาเป็นสามีเราจริงๆ สายตาที่เขามอง คำพูดเขา คือมันค่อนข้างลื่นไหลในเรื่องของหน้ากล้องค่ะ แต่ว่ามันก็จะยากในเรื่องของความตีความนั่นแหละของแต่ละคน เพราะว่าหม่อมบอกตลอดว่ามันเป็นละครซ้อนละคร อย่างบางซีนเราเสียใจแต่เราต้องเก็บไว้ และก็ต้องเก็บแบบให้คนดูรู้ว่าเราเก็บอย่างนี้มันก็ยากค่ะ

คำถาม
มการปรับลุคแปลงโฉมในเรื่องนี้ ?

หญิง รฐา
ปรับลุคเยอะมากค่ะเพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรก ส่วนใหญ่ละครก็จะไม่ค่อยได้ปรับอะไรเยอะอยู่แล้วค่ะ ถ้าเป็นหนังต้องจริงมากๆ ขั้นแรกโดนย้อมผมสีดำก่อนเลย ซึ่งย้อมกันกลางกองถ่ายเลย เพราะว่าตอนแรกหญิงย้อมไปแล้วนะเป็นสีน้ำตาลเข้มพอเข้าไปในกล้องมันแดง ก็เลยถูกย้อมกลางกองเลย และก็กันคิ้วให้เล็ก คือหญิงต้องเล่นตั้งแต่ยุคสองศูนย์ สามศูนย์ สี่ศูนย์ ห้าศูนย์ ดังนั้นเนียแต่ละยุคแต่ละสมัยต้องบอกว่าแฟชั่นมันเปลี่ยนไป เรื่องนี้เราจะได้เห็นแฟชั่นของแต่ละยุคของแต่ละสมัยด้วย คิ้วก็เล็กแบบเล็กมากค่ะ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกเขียนเล็กมากเหมือนเส้นปากกาเส้นดียว แต่ก็เก๋ดีนะ หญิงมีความรู้สึกว่าใหม่สำหรับตัวเราและก็พอได้แต่งอะไรแบบนี้ ชีวิตจริงเราคงไม่มีโอกาสได้แต่งค่ะ และก็หม่อมก็จะบอกว่าเนี่ยพอก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ ทุกอย่างมันบิ๊วให้เรารู้สึกว่าเราได้เดินก้าวเข้ามาในอีกยุคหนึ่งแล้ว เราต้องรู้สึกตั้งแต่แต่งหน้าแล้วทำผมเลย มันก็สนุกดี บวกกับแรกๆหญิงเอ๊ะทำไมพี่เขารองพื้นหน้าหญิงข้าวขาว แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะถามนะ ก็เลยเปิดหนังสือเรฟเฟอเรนต์ที่พี่ขวดเอามาให้ดูทุกเช้า เออทำไมสมัยนั้นหน้าเขาข้าวขาว เขาก็บอกว่าคือสมัยนั้น ทางเอเชียยังไม่มีการแต่งหน้า ไอ้รองพื้นเนี่ยมันมาจากฝั่งตะวันตก ซึ่งมันก็จะเป็นรองพื้นผิวฝรั่งก็จะไม่ใช่รองพื้นของเรา แต่ด้วยคุณบุญเลื่องเขารักศิลปะไง เขามองการแต่งตัว แม้กระทั่งแต่งหน้าก็เป็นศิลปะ เขาก็คือผู้หญิงที่รักสวยรักงามคนหนึ่ง ดังนั้นยุคนั้นคุณบุญเลื่องก็จะแต่งหน้าด้วยรองพื้นผิดเบอร์อยู่ตลอดเวลา แต่ก็จะเป็นความน่ารักของคุณบุญเลื่องเพราะว่าเขาเป็นคนที่ชอบแต่งตัวมากๆ ชอบมาก ชอบเสื้อผ้า ชอบแฟชั่น ถ้าได้เห็นในภาพยนตร์ก็จะรู้แบบว่าเสื้อผ้าสวยมาก


คำถาม อินกับบทบาทนี้มากน้อยแค่ไหน?

หญิง รฐา อินนะ หญิงค่อนข้างอินเยอะเลย ถ้ามองในมุมของเป็นอาร์ติส ต้องอินอยู่แล้วเพราะเราต้องเป็นเขาอยู่สองสามเดือน และหญิงเป็นคนที่เวลาหญิงเล่นตัวละครตัวไหนหญิงอยากเข้าใจเขาจริงๆ นั่นเป็นเหตุผลทำไมหญิงต้องถามหม่อมว่าทำไมคุณบุญเลื่องถึงเป็นคนแบบนี้ ทำไมคุณบุญเลื่องก็รู้อยู่ว่าเขาคิดไม่ดีทำไมถึงยังปล่อยให้เข้ามาในชีวิต คืออะไรอย่างนี้ คือเราก็จะถามอย่างมีเหตุผลและหม่อมก็จะมีคำตอบให้เราตลอด เพราะว่า ผู้หญิงคนนี้ถ้าพูดง่ายๆ ว่าถ้าเขาบวชชีได้เขาบวชไปแล้ว เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้ถึงขึ้นที่จะละโลกค่ะ คือเขาเป็นเหมือนผู้หญิงที่แบบนึกออกไหมว่า เป็นคนไม่คิดอะไรเลย ดังนั้นใครจะเข้ามาหาผลประโยชน์ เขาไม่คิดอะไร เอาไปเลย เอาไปเถอะ ซึ่งเอาจริงๆ มันคือสรตะคือนิพพาน คือเราไม่เอาอะไร คือเราเสียสละทุกสิ่งได้ แต่เขายึดมั่นอยู่เรื่องหนึ่งคือความรัก เขาทำทุกอย่างเพื่อความรักสำหรับคุณบุญเลื่องนะคะ ดังนั้นเขามีห่วงอยู่เรื่องหนึ่งคือความรัก ห่วงอื่นตามมาคือพอเขามาอยู่ในฐานะภรรยาคุณหลวงปุ๊บ พอเห็นจันเป็นลูกก็มีบ่วงล่ะ ฉันจะต้องส่งเด็กผู้ชายคนนี้ให้มีอนาคตที่ดี คือเขาจะเป็นคนที่คิดดี แต่ว่าเขาก็จะเป็นผู้หญิงที่หาไม่ได้ในยุคนี้ อาจจะมีนะอาจจะมีคุณยายใครสักคน ลองหันกลับไปถามคุณยายดูว่าในตอนที่อายุสามสิบสี่สิบปีที่ผ่านมาเชื่อไหมว่ามีผู้หญิงแบบนี้จริงในโลก ถ้าถามยุคนี้หญิงว่ายาก เป็นไปไม่ได้เลยว่าที่จะมีผูหญิงแบบคุณบุญเลื่องที่เป็นผู้หญิงที่โอเพ่นมากขนาดนี้ และก็ฟรี และก็รักศิลปะ ซึ่งหายากในยุคนี้

คำถาม การร่วมงานกับหม่อมน้อย?

หญิง รฐา ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับหม่อม และหม่อมก็สอนเราเยอะค่ะ เป็นคนที่จริงใจกับกับการทำงานและก็มองมากกว่าแค่งาน อย่างที่หญิงบอกคือบางครั้งเราถูกสอนเรื่องการแสดงเราต้องเล่นยังไง เราต้องเล่นใหญ่เล่นเล็ก แต่พอมาอยู่กับหม่อม หม่อมบอกว่า To Do คือทำอย่างเข้าใจ เราไม่จำเป็นว่าต้องใหญ่หรือเล็ก คือถ้าเราเข้าใจในตัวละครจะมากหรือน้อยไม่มีอะไรผิด หม่อมพูดอย่างนี้เสมอ มีครั้งหนึ่งหม่อมบอกว่าได้อีกนะหญิง เยอะกว่านี้ได้อีก หญิงกลัวเยอะเกินไป หม่อมก็เลยบอกว่ามันไม่มีอะไรมากไปหรือน้อยไป ถ้าเราเข้าใจว่าตัวละครคืออะไร ดังนั้นเราก็จะเข้าใจตัวละครมากขึ้น พยายามคิดเยอะๆ ถ้าเราเป็นตัวละครจะมากไปหรือน้อยไปยังไง มันไม่มีอะไรถูกหรือไม่มีอะไรผิด แต่ว่าอย่างซีนอารมณ์หรืออะไรอย่างนี้ค่ะก็หม่อมก็จะสอนบ้าง ก็อย่างที่หญิงบอกคือโชคดีที่ได้มีโอกาสที่รู้จักและได้ทำงานกับหม่อม การแสดงมันเป็นเรื่องของพรสวรรค์ก็จริงค่ะ แต่ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของพรแสวงความตั้งใจจริง แล้วหม่อมสอนให้หญิงให้มองอาชีพนี้ไม่ใช่เป็นแค่อาชีพ คือหม่อมสอนให้หญิงรักที่จะเป็นนักแสดง เพราะว่าเรารักสิ่งนี้แล้วเราไม่ได้มองเป็นแค่งาน หม่อมจะสอนให้ถูกเชิดให้อยู่บนหัวเรา ดังนั้นก็ต้องเคารพงานเคารพทุกตัวบทละครที่เราได้รับมา สมมติเราได้บทมาเนี่ยเราต้องเคารพเขาแล้ว เราต้องเป็นเขา เราต้องทำให้ดี คือเหมือนเรารับอีกชีวิตหนึ่งอีกคนหนึ่งมา ถึงแม้ว่าเป็นชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาข้างๆ เราแต่เราต้องดูแล คือเราต้องเคารพเขา คือหม่อมไม่ได้สอนว่ามันเป็นงานที่ได้เงิน แต่มันเป็นงานที่เราได้อะไรมากกว่าแค่เงิน มากกว่าแค่ประสบการณ์ หลังๆ หญิงก็เลยรู้สึกว่ามันคือการเป็นอย่างที่บอกเป็นนักแสดงเป็นได้ แต่เป็นนักแสดงที่ดีมันเป็นยาก คือตอนนี้หญิงก็ยังไม่เป็นหรอก ก็ต้องเรียนรู้ไปอีกเยอะ


คำถาม ปัญหาหรืออุปสรรคในการแสดง?

หญิง รฐา จริงๆ หญิงก็พยายามมองทุกอย่างให้มันอุปสรรคหมดนะ เพราะหญิงรู้สึกว่ายิ่งมีอุปสรรคแล้วเราทำความเข้าใจกับมัน แล้วเราผ่านมันไปได้จะทำให้เราโตขึ้น คราวนี้อุปสรรคหลักๆ ถ้ามองในมุมรวมๆ เนี่ยคือหนึ่งมันเป็นงานแสดงชิ้นใหญ่ชิ้นแรกในชีวิต ดังนั้นเนี่ยความคาดหวังอย่างหนึ่งเลยเป็นอุปสรรคสำหรับตัวหญิง แต่ในความเป็นอุปสรรคมันก็เป็นแรงผลักดันให้เราอยากทำมันออกมาให้ดีที่สุดด้วย สองคือก่อนหน้านี้หญิงเคยถ่ายหนังแต่ว่าเป็นหนังต่างชาติ (Only God Forgives) และก็เรื่องนี้เป็นหนังไทยเรื่องแรก ดังนั้นมันมีความใหม่ในความรู้สึกแรกกับการทำงานเหมือนกัน ฉันจะทำให้ดีได้ไหม คือมันจะมีสองอัน คือหญิงจะไม่มีปัญหากับคนอื่น อุปสรรคของหญิง หญิงจะไม่เคยเอาคนอื่นมาในชีวิตของหญิง อุปสรรคมันเกิดจากตัวหญิงทั้งนั้น เวลาหญิงทำอะไรหญิงจริงจังมาก ไม่ว่าจะกับงานหรืออะไรทุกอย่าง ร้องเพลง เล่นละคร คือทุกอย่างอุปสรรคคือตัวหญิงเอง คือหญิงเองจะค่อนข้างต่อสู้กับตัวเองตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่มันดีเคยมีคนสอนหญิงว่า ไอ้การที่เราต่อสู้ตลอดเวลาเนี่ยแหละ มันจะทำให้เราพัฒนา เวลาเราล้มหรือเวลาเราพลาด เราจะรู้ได้เต็มที่ว่าทุกอย่างมันเกิดจากตัวเราทั้งนั้น คือถ้าเรามองคนอื่นเป็นอุปสรรคเนี่ยมันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น หญิงก็จะมองอุปสรรคเป็นตัวหญิงตลอด คือหญิงโชคดีตรงที่หญิงไม่ใช่คนที่แบบขี้เกียจ แม้กระทั่งร้องเพลง เสียงอย่างนี้ไม่ชอบเอาใหม่ ไม่เอา เอาใหม่ เอาจนเรามีเผื่อไว้ดีกว่าขาด หญิงคิดอย่างนี้ตลอด

คำถาม ฉากอีโรติกที่ทุกคนจับตามอง?

หญิง รฐา อาจจะเป็นเพราะหญิงไม่ค่อยซีเรียสกับเรื่องนี้นะ นี่ก็เป็นเรื่องแรกที่ลงทุนเล่นที่ค่อนข้างอีโรติกมากๆ แม้ในเรื่องของการเปิดหรือปิด แต่สิ่งหนึ่งเลยที่เราคิด คือก่อนที่หญิงจะเดินก้าวเข้ามาในวันแคสติ้ง เพราะว่าเราคิดไว้แล้ว ถ้าเราได้เนี่ยเราจะทำได้ขนาดไหน คือเราต้องคิดไว้แล้ว ไม่ใช่ว่าวันที่พอคุณเข้ามาแคสปุ๊บแล้วคุณถึงจะบอกว่าคุณไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนี้ ฉันมีข้อแม้อย่างนั้นอย่างนี้ เพราะว่าสิ่งนั้นมันจะทำให้การทำงานกับคนอื่นไม่สมูธ

อย่าง “ฉากถูน้ำแข็ง” ที่เป็นภาพจำจากครั้งที่แล้ว แต่ครั้งนี้มันถูกตีความให้มีเหตุและผลในการใช้ หลังจากซีนนี้แล้วเหตุและผลที่ตามมาของตัวละครของจันดารากับคุณบุญเลื่องจะทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเนี่ยมันเกิดจากอะไร และมันถูกเปลี่ยนแปลงไปเพราะอะไรในอนาคต ก็เป็นฉากที่สำคัญไม่ใช่ว่าเป็นฉากสำคัญที่ถูน้ำแข็ง แต่มันเป็นฉากที่สำคัญในมุมตัวละคร ความสัมพันธ์ที่คุณบุญเลื่องมีให้จัน ณ วันนั้นมันคืออะไร แล้วหลังจากวันนั้นวันที่จันกลับมา ความสัมพันธ์ของสองคนนี้มันเปลี่ยนไปเพราะอะไร มันค่อนข้างลึกซึ้งและยาก และเมื่อยากในเรื่องของอารมณ์แล้ว ยากในเรื่องของแสง ยากในเรื่องของภาพ เพราะว่าอาร์ตไดเร็คชั่นต่างๆ มันสวยมาก หยดน้ำที่อยากให้หยด ดีเทลมันเยอะอ่ะ เยอะจนเราไม่ได้คิดเรื่องอื่น หญิงก็พยายามบิดแล้วบิดอีกมันต้องมีโคสอัพไง โอ๊ย...หญิงเอาใหม่ไม่สวยบิดอีก บิดหามุมที่สวยที่สุด มันก็สนุกดีแต่ก็ออกมาสวยงามค่ะ ออกมาได้แบบน่าพอใจเลย



คำถาม ฉากร้องเพลงแสดงตัวตนอีกด้านของคุณบุญเลื่องเวอร์ชั่นนี้?

หญิง รฐา "ฉากนี้ก็เป็นฉากงานเลี้ยงต้อนรับคุณบุญเลื่อง ซึ่งในฉากนั้นก็จะต้องร้องเพลง ซึ่งหม่อมบอกว่าเป็นเพลงในสมัยรัชกาลที่เจ็ด ซึ่งตัวหญิงพอได้ฟังเพลงก็ชอบและหญิงก็ยังมีอยู่ในไอโฟนเลย ชื่อเพลง “เมื่อไหร่จะให้พบ” คือตอนแรกเนี่ยหม่อมบอกให้หญิงร้องคนเดียว หญิงก็ไม่มีปัญหาหญิงเป็นนักร้องอยู่แล้ว ก็ปรับวิธีการร้องให้มันเก่าขึ้นและก็เป็นลูกกรุงมากขึ้น พอไปๆ มาๆ พอช่วงที่ซ้อมปุ๊บมันจะต้องมีซีนที่ซ้อมเต้นกับคุณหลวง หม่อมก็เลยให้พี่เจี๊ยบร้องด้วยดีกว่า ก็เลยไปอัดเสียง แต่ก็แยกกันอัดคนละวัน พอพี่เจี๊ยบมาถึงก็แบบโอ๊ย พี่ร้องไม่ดีเลยน้องหญิง แต่เขาร้องเพราะมาก เขาร้องแล้วแบบเหมือนคนยุคนั้นอ่ะ เสียงเขามีความทุ้มและก็มีเสน่ห์ และก็แบบน่ารักอ่ะ เสียงเพราะ แล้วพอเข้าฉากนั้นด้วยกันจริงๆ อย่างที่หญิงบอกไง ว่ามันทำให้รู้สึกว่าเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ เป็นรักครั้งแรกของเราจริงๆ ดังนั้นเนี่ยที่ถ่ายเรารู้สึกว่ามันมีแต่ความสุข เพราะว่าซีนนั้นเป็นซีนที่ทุกอย่างมีความสุข คือแบบทุกคนมาต้อนรับเรา เราได้อยู่กับคนที่เรารักมากที่สุด รอมาตั้งกี่สิบปีกว่าจะได้มาเจอกัน และด้วยเนื้อเพลงที่ร้องว่า “เมื่อไหร่เธอจะเจอฉันได้ อีกเมื่อไรที่จะได้พบกัน” ตอนนี้เราได้เจอกันแล้ว มันค่อนข้างลื่นไหลสำหรับตัวหญิงไม่ค่อยมีปัญหาเพราะว่าเต้นได้ร้องได้เพราะว่าเราเป็นนักร้อง แต่พี่เจี๊ยบก็จะแบบเต้นมันต้องยังไงอ่ะ หมุนยังไง เพราะว่าเราต้องขึ้นลงพอดีเป๊ะไง บางทีถ่ายซีนใหญ่มันพลาดไม่ได้ ก็สนุกดีค่ะฉากนี้

คำถาม

ความน่าสนใจโดยรวมของเรื่องนี้?

หญิง รฐา ถ้าเรียกว่าหญิงเป็นผู้ชมคนหนึ่งที่จะซื้อตั๋วเข้าไปดูเนี่ย ข้อหนึ่งคือตัวบทประพันธ์เรียกได้ว่าหนังสือเล่มนี้ มันเป็นหนังสือที่ถูกถ่ายทอดกันออกมาหลายช่วงอายุคนแล้ว และก็เป็นเรื่องที่ว่าคนอ่านเยอะมาก ด้วยเนื้อเรื่องมีความแข็งแรงอยู่แล้ว บวกกับสอง หม่อมน้อยเป็นผู้กำกับที่งานแต่ละชิ้นของหม่อมน้อยก็เป็นงานศิลปะชิ้นเอกพูดได้เลย คือหญิงอยากให้มองว่า “จันดารา” เป็นเรื่องที่เราเข้าไปดูแล้วเราจะเข้าใจว่ามนุษย์คนหนึ่งชีวิตต้องการอะไร ชีวิตต้องเจออะไรบ้าง ต่อสู้กับอะไร และเมื่อต่อสู้กับอะไร ความต้องการมันทำให้เรามีความอยาก มีความโลภที่จะได้มาก มีแต่มากขึ้นๆๆจนไม่มีที่สิ้นสุดแล้ว จนสุดท้ายอย่างที่หญิงบอกไง กว่าที่เราจะรู้ว่าชีวิตจะต้องเจออะไรบ้าง สุดท้ายบางคนมาคิดได้เอาตอนจะลงโลงแล้ว ทั้งหมดมันก็แค่นี้เองชีวิต ชีวิตเราก็แค่นี้ ถ้าคุณดูเรื่องนี้แล้วคุณอาจจะไม่ต้องรอจนถึงแปดสิบกว่าที่คุณจะคิดได้ว่าชีวิตมันคืออะไร ดังนั้นวันนี้ที่เรามีชีวิตอยู่ก็ทำ เราทำอะไรได้ จากที่เราเคยไม่ชอบใครสักคน เคยเกลียดใครสักคน คิดว่าชาตินี้ฉันจะไม่หันกลับไปมองละ ชาตินี้ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมาเผาผีกัน มันอาจจะเป็นแค่ทิฐิหนึ่งของชีวิต เพราะว่าชีวิตเรามันมีอะไรอีกเยอะให้ทำ แค่เวลาจะรักกันก็น้อยแล้วค่ะ อย่าเสียเวลาไปนั่งเกลียดกัน ทะเลาะกันเลย มันไม่มีประโยชน์ ดังนั้นมันอาจจะทำให้คุณได้อะไรมากกับเรื่องนี้นะคะ และก็อย่าไปคิดว่าดูเพื่อที่จะรู้ว่าใครจะโป๊ที่สุด เอ๊ะ...คนนี้โป๊ออกมาแล้วจะเป็นยังไงหรือสวยยังไง

จริงๆ ก็ไม่ค่อยกล้าคาดหวัง ก็หวังว่าถ้าคนอื่นมองว่าดีก็ต้องขอบคุณค่ะ หญิงเชื่อว่ามันก็ไม่มีดีที่สุดและหญิงก็จะน้อมรับทุกคำติชม หนังเรื่องนี้การทำงานกับหม่อมน้อยและก็ทุกๆ คนในทีมมันทำให้หญิงรักการแสดงกันมากขึ้น ทำให้หญิงรู้สึกว่าเป็นนักแสดงที่ดี ดังนั้นคำว่านักแสดงที่ดีของหญิงก็คือมันคือคำตอบจากผู้ชมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคำตอบที่ดีหรือไม่ดีมันคือคำตอบสำหรับตัวหญิง แล้วต่อให้มันดีแล้วแปลว่าหญิงจะย่ำอยู่กับที่ หญิงก็ต้องทำให้มันดีขึ้น แล้วถ้าไม่ดีล่ะไม่ดีตรงไหน ดังนั้นวอนขอความเมตตาจากผู้ชมทุกคนช่วยหน่อย เพราะว่ามันก็เป็นการสอบครั้งแรกของชีวิตหญิง ยังไงก็ถ้าได้เอฟก็ต้องบอกหญิง ถ้าได้เอก็ต้องบอกหญิงด้วย เพราะว่าหญิงตั้งใจจริงๆ กับการเป็นนักแสดงที่ดี ก็ยังไงก็ฝากไว้ด้วยค่ะภาพยนตร์เรื่องแรกของหญิง “จันดารา” ค่ะ


* ดูประวัติ หญิง รฐา โพธิ์งาม

* ดูอัลบั้ม หญิง รฐา โพธิ์งาม


 
 

Box Office

เรื่อง
ล่าสุด
รวม
1.
2.
3.
4.
5.
เรื่อง
ล่าสุด
รวม
1.
2.
3.
4.
5.

บทสัมภาษณ์ทั้งหมด

 
ยังไม่มีข้อมูล
หน้าแรกย้อนกลับ [ 1 ] หน้าถัดไปหน้าสุดท้าย
 
 

ติดตามหนังดี : Youtube Instagram Facebook Twitter  

MMM Digital Asset Co.,Ltd.
109 อาคารซีซีที ชั้น 2 ถนนสุรวงศ์
แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
Tel. 0-2234-7535    FAX. 0-2634-4269
E-mail: webmaster@nangdee.com   © 2006 nangdee.com
แผนที่ | sitemap | ติดต่อโฆษณา